Wednesday, August 12, 2015

วิธีมัดใจผู้ชายเจ้าชู้ ที่ผู้หญิงทุกคนต้องรู้





         รวมคำแนะนำสารพัดวิธีมัดใจผู้ชายเจ้าชู้ให้อยู่หมัด จะมีวิธีไหนบ้างลองมาดูกัน

          "ผู้ชายไม่เจ้าชู้ก็เหมือนงูไม่มีพิษ" ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งที่สงสัยว่าแฟนหนุ่มกำลังนอกใจ แต่ปากเขาก็ยังยืนยันว่ามีแค่คุณเพียงคนเดียวอยู่นั่นแหละ คิดจะปราบ ผู้ชายเจ้าชู้ทั้งทีต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ไม่กระโตกกระตาก ลองอ่านคำแนะนำของเราดูค่ะ เผื่อว่าคุณจะได้รู้วิธีจัดการแฟนหนุ่มจอมเจ้าชู้ให้รู้สำนึกเสียบ้าง


1. ทำความเข้าใจอีโก้ของผู้ชาย

          ผู้ชายเป็นเพศชอบแสดงออกถึงภาวะความเป็นผู้นำ สังเกตได้ว่าผู้ชายมักมีความพอใจทุกครั้งเมื่อตนเข้าไปมีส่วนร่วมในการ ตัดสิน วางแผน แก้ไข และแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงออกทางพฤติกรรมที่ต้องการการยอบรับจากคนรอบข้าง เป็นเรื่องจำเป็นที่ผู้หญิงต้องทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของความเป็นเพศชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ชายเจ้าชู้ ซึ่งอาจมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจจากเพศตรงข้ามมากเป็นพิเศษ ดังนั้นแล้วคุณอาจจำเป็นต้องยอมโกหกบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อแลกกับความภูมิใจของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่เขาถนัดและชำนาญมากเป็นพิเศษ ความภูมิใจที่เกิดขึ้นจะทำให้เขาเห็นว่าคุณให้ความสำคัญ และเชื่อมั่นในศักยภาพทางร่างกายและความคิดของเขามากน้อยแค่ไหน

2. ยกเลิกแผนการแก้แค้น

          ผู้หญิงคนไหนที่คิดว่าแผนการแบบเกลือจิ้มเกลือปราบผู้ชายเจ้าชู้ได้อยู่หมัด บอกเลยว่าคุณคิดผิด !!! เพราะการกระทำที่ว่ายิ่งเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เขาเลือกที่จะตีตัวห่างออก จากคุณมากขึ้นไปอีก เพราะความเจ้าชู้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักเกิดจากความรู้สึกไม่มั่นคงภายใน ระหว่างคู่รัก การที่คุณเลือกจะหันไปจิ๊จ๊ะหรือแชทกับชายหนุ่มคนอื่นเพื่อประชดและหวัง เรียกร้องความสนใจจากเขา เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ทางที่ดีคุณต้องรีบสร้างความมั่นใจกับตัวเอง เพื่อทำให้เห็นว่า "ถ้าขืนเขายังเจ้าชู้ต่อไปไม่หยุด บางทีเขาอาจจะกำลังเสียสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไปก็ได้"

3. เชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง

          คนเราทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเองด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นหรือเปล่า หลายครั้งที่เรามักลดทอนคุณค่าตัวเองอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งเสียเวลาจับผิดอีกฝ่าย เพียงเพื่อที่จะได้รู้ความจริงว่าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเรา การกลับมาเชื่อมั่นและศรัทธาในสิ่งที่คุณเป็น จึงเป็นสิ่งที่คุณควรจะทำที่สุด อย่ามัวแต่มานั่งกังวลและวิตกไปกับนิสัยเจ้าชู้ เพราะแม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทางที่ดีเปลี่ยนมุมมองความสนใจจากเดิมอยู่ที่เขามาอยู่ที่ตัวเรา และหมั่นปรับปรุงและพัฒนาข้อบกพร่องของตัวเองอยู่เสมอ

4. อย่าทำให้เขารู้สึกอึดอัด

          ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครชอบความสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตามที่ทำให้รู้สึกอึดอัด เพราะความอึดอัดทำให้เราอยากที่จะพยายามหาช่องว่างเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึก สบายใจ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับสาเหตุที่คุณผู้ชายยังเลือกที่จะรักษาความเจ้า ชู้ต่อไป นั่นเป็นเพราะว่าเขาต้องการเสาะแสวงหาพื้นที่ที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจและไม่ อึดอัด (อย่างไม่สิ้นสุด) บางครั้งเราอาจจำเป็นต้องหาพื้นที่ตรงกลางร่วมกัน เป็นพื้นที่ที่ทั้งเขาและเราสามารถแชร์ความคิดและความรู้สึก เมื่อความสบายใจเกิดขึ้นความสุขก็จะตามมา และเขาจะคิดว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปหาความสบายใจจากที่อื่น

5. เป็นตัวของตัวเอง

          ผู้หญิงจะเป็นจุดสนใจและดึงดูดสายตาผู้ชายมากที่สุดเมื่อตอนที่เธอเป็นตัว ของตัวเอง จำไว้ว่าอย่าใช้ความพยายามมากเกินไปที่จะได้เขามาครอบครอง มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจหรอกนะที่เราจะต้องแสร้งทำเป็นคนอื่น เพียงเพราะหวังจะได้ครอบครองหัวใจเขา นานวันเข้าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องกลับมาเป็นตัวเองอยู่ดี การยอมรับตัวตนของกันและกันจึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการรักตัวเองด้วย (ไม่ใช่ว่าคุณจับได้ว่าเขานอกใจนับครั้งไม่ถ้วน และคุณเองก็เลือกที่จะให้อภัยเขานับครั้งไม่ถ้วนเช่นกัน แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่ารักตัวเองหรอกนะ)

          เคยมีคนบอกไว้ว่า "เมื่อเรารักใครสักคน เรามักจะไม่เป็นตัวของตัวเอง" คนเราจึงมักหลงลืมที่จะรักตัวเองในวันที่รักอีกฝ่ายจนหมดใจ แต่ถ้าสุดท้ายแล้วแฟนหนุ่มของคุณยังคงไม่ทิ้งลายความเจ้าชู้ เชื่อเราเถอะว่าผู้ชายคนนั้นไม่มีค่าพอที่จะให้คุณรัก และคุณก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาเขาเข้ามาในชีวิตเพื่อให้คุณต้องปวดใจเล่น

แหล่งที่มา  http://wedding.kapook.com

Tuesday, August 11, 2015

น้ำกล้วยหอม ถนอมกระเพาะและลำไส้ ได้ผลนักแล




้ำล้ยหพือนระพาะและลำไส้

               ล้วย เป็นผลไม้ชนิดที่สองรองจากน้ำนมแม่ที่เด็กทารกต้องกิน ต่อมาเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยผู้สูงอายุ ชีวิตเราก็ไม่ได้ห่างหายไปจากผลไม้ชนิดนี้เลย แถมยังได้ลิ้มลองกันอยู่เรื่อย ๆ เพราะในบ้านเราจะเรียกว่าดงกล้วยเลยก็ได้ แถมยังมีให้เลือกกินมากมายหลายพันธุ์ สำหรับกล้วยยอดนิยมก็ต้องขอยกให้กล้วยน้ำว้า ผลไม้ประจำตัวของเด็กทารก กล้วยหอมทอง กล้วยผลใหญ่ ผิวมีสีเหลืองทอง และก็กล้วยไข่ ของขึ้นชื่อของกำแพงเพชร ของกินคู่กับกระยาสารท

               กล้วยมีคุณค่าอาหารสูง กล้วยต่าง ๆ ที่กล่าวมาเป็นผลไม้ไทยทั้งสิ้น สนนราคาก็ไม่แพง แถมยังส่งออกทำรายได้ให้แก่ประเทศอีกด้วย เช่น กล้วยหอมทองที่ส่งออกไปยังฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และประเทศในแถบยุโรป
 
               นอกจากกินกล้วยกันเป็นผลไม้แล้ว ยังนิยมนำมาทำเป็นเครื่องดื่มอีกด้วย กล้วยหอมทองนิยมนำมาทำเครื่องดื่มมากกว่ากล้วยอื่น ๆ น้ำกล้วยหอมจะมีความข้นของเนื้อกล้วยที่อ่อนนุ่ม มีเนื้อเนียนเมื่อปั่น รสหวาน กลิ่นหอม เนื้อกล้วยมีสีขาว ไม่ดำ แถมยังเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์
 
                กล้วยหอมทอง 1 ลูกใหญ่ มี แคลเซียม 11 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม เหล็ก 1 มิลลิกรัม โปตัสเซียม 503 มิลลิกรัม วิตามินเอ 260 I.U. ไนอาซีน 1 มิลลิกรัม วิตามินซี 14 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมีโคโลเมี่ยม สารอาหารที่ช่วยกระตุ้นขบวนการเมตาบอลิซึ่มของกลูโคส และช่วยสังเคราะห์กรดไขมันและคอเลสเตอรอล
 
               นอกจากสารต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว ในเนื้อกล้วยยังมีสารเพคติน (Pectin) ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ น้ำกล้วยหอมยังช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยบรรเทาอาการลำไส้อักเสบ และช่วยบำรุงอาการจุกเสียดและแน่นหน้าอก
 
               การเลือกกล้วยหอมมาทำน้ำ ต้องเลือกกล้วยหอมที่แก่เต็มที่ ลูกใหญ่อวบ ยิ่งเปลือกมีสีเหลืองทองจะยิ่งมีสารแคโรทืนในเนื้อกล้วยสูงขึ้น แถมยังมีรสหวานและกลิ่นหอมเป็นพิเศษ เมื่อต้องการทำน้ำกล้วยหอม จึงค่อยปอกเปลือกออก ถ้าปอกทิ้งไว้เนื้อกล้วยจะดำ ปอกแล้วปั่นทันที จะปั่นเป็นน้ำกล้วยหอมล้วน ๆ เลยก็ได้ หรือจะปั่นรวมกับผลไม้อื่นที่มีรสเปรี้ยว อย่างน้ำมะม่วง น้ำมะเขือเทศ น้ำส้มคั้นก็อร่อย ถ้าชอบแบบเย็นก็ใส่น้ำแข็งละเอียดลงไปปั่นด้วยก็ได้
 
               วิธีดื่มน้ำกล้วยหอมให้ได้รสชาติดีและมีคุณค่าต้องดื่มทันที อย่าทิ้งไว้นาน จะเสียทั้งคุณประโยชน์ และสีสันที่น่ากินไป

          
น้ำกล้วยหอม น้ำส้มคั้น
 
               วิธีทำ     กล้วยหอมทองหั่นชิ้นเล็ก 2 ลูก น้ำส้มเขียวหวานคั้น 1 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำแข็งละเอียด 1/2 ถ้วย ปั่นให้เข้ากันดี   

          น้ำกล้วยหอม มะเขือเทศ
 
               วิธีทำ     กล้วยหอมทองหั่นชิ้นเล็ก 3 ลูก มะเขือเทศสีแดง ๆ 3 ลูก ปอกเปลือก เอาเมล็ดออก หั่นชิ้นเล็ก น้ำแข็งละเอียด 1/2 ถ้วย น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มคั้น 2 ช้อนโต๊ะ ปั่นทั้งหมดเข้าด้วยกัน    

                 ลองดูทั้ง 2 วิธีจะรู้ว่า กล้วยหอมมีอะไรดีๆ  อยู่มากมาย โดยเฉพาะ อาการระคายเคืองที่กระเพาะก็จะบรรเทาเบาบาง และเจือจางไปในที่สุด   .....ชื่นใจนะครับ

ขอบคุณนิตยสารครัว  ปีที่  5   ฉบับที่ 54  
นายหนูเหลี่ยง ชิณแสน
http://www.kroobannok.com/blog/8716

Monday, July 20, 2015

รับมือกับความหึงอย่างถูกวิธี ต้องทำอย่างไรบ้าง ?




"ความหึง" หรือ "การถูกหึง" บางครั้งถ้ามีมากเกินไปก็อาจทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บปวด แต่ความหึงที่พอดีอาจช่วยรักษาความสัมพันธ์ของคุณไว้ได้ เพียงแค่คุณต้องรับมือกับความหึงให้ดี ๆ

        แฟนคุณเป็นคนขี้หึงหรือเปล่า ? ถ้าใช่แล้วคุณมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง ? หากชีวิตรักตอนนี้ของคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ว่าแล้วละก็ เราขอแนะนำ 5 วิธีรับมือกับแฟนขี้หึง ที่เว็บไซต์ wmnlife รวบรวมไว้ รับรองว่าวิธีเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถจัดการความขี้หึงของอีกฝ่ายได้อย่างรอมชอมมากที่สุด

1. ชวนทำกิจกรรมร่วมกัน

        หมั่นหาโอกาสและเวลาว่างในการทำกิจกรรมร่วมกันบ่อย ๆ เป็นหนึ่งในหลายวิธีใช้รับมือกับความขี้หึงของอีกฝ่าย เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณอยากที่จะให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ของคุณ เช่น การชวนเขาไปช้อปปิ้งด้วยกัน ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ แต่เชื่อไหมว่าคำชวนของคุณทำให้เขาสบายใจที่รับรู้ว่าคุณไปไหนหรือกำลังทำ อะไรอยู่

2. เปิดเผยความสัมพันธ์ของคู่คุณให้คนอื่นรับรู้

        เมื่อคุณคบหาดูใจมาได้สักระยะหนึ่ง คุณอาจพาแฟนของคุณไปแนะนำให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงของคุณได้รู้จัก การปกปิดความสัมพันธ์ไม่ให้คนอื่นรู้ อาจทำให้คู่ของคุณเกิดความรู้สึกระแวง การแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนของอีกฝ่าย จะช่วยทำให้คู่รักของคุณเกิดความเชื่อใจและสบายใจมากยิ่งขึ้น

3. โทรศัพท์หาบ่อย ๆ

        คุณอาจจะประสาทเสียเอาง่าย ๆ เมื่อคู่ของคุณเอาแต่โทรศัพท์และส่งข้อความหาคุณตลอดทั้งวัน จะดีกว่าถ้าเรารู้จักเลือกเวลาในการโทรหาคู่รัก เพราะการโทรอย่างพร่ำเพรื่อนอกจากจะทำให้อีกฝ่ายรำคาญแล้ว ยังบั่นทอนความเชื่อใจของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว ทางที่ดีคือหัดรายงานความเคลื่อนไหวให้อีกฝ่ายรู้จนเป็นนิสัย แต่ต้องเป็นเวลาที่เหมาะสมและพอดีด้วยนะ

4. แสดงความรักให้อีกฝ่ายได้รับรู้

        ผู้ชายเป็นเพศที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา น้อยรายที่จะรู้ว่าผู้หญิงกำลังคิดอะไรอยู่ เราขอแนะนำว่าให้คุณทั้งสองเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกันให้มากที่สุด อย่าลังเลที่จะแสดงความรักซึ่งกันและกัน หาโอกาสไปดินเนอร์กันสองต่อสอง หาของขวัญมาเซอร์ไพรส์ในโอกาสสำคัญต่าง ๆ รวมถึงพูดคุยและวางแผนอนาคตคู่ของคุณร่วมกัน

5. ตัดความสัมพันธ์ในอดีตอย่างเด็ดขาด

        การที่อีกฝ่ายยังอาลัยอาวรณ์กับความสัมพันธ์ครั้งเก่า อาจเป็นฉนวนเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายต้องตกอยู่ในความหวาดระแวง เขาอาจคิดไปว่าการที่คุณยังไม่ลืมคนรักเก่าเพราะคุณยังรักเขาอยู่ ในกรณีนี้คุณทั้งสองควรพูดคุยและทำความเข้าใจกันให้มากที่สุด บางครั้งการจะทำให้อีกฝ่ายเชื่อใจ จำเป็นต้องใช้เวลา และเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาได้ดีที่สุด

        การมีแฟนขี้หึงอาจเป็นเรื่องน่าเพลียใจ นี่อาจเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาความหึงของเขาลงได้บ้าง แต่อย่างน้อยความหึงก็เป็นสัญญาณของความรัก เอาเป็นว่าถ้ารู้ว่าตัวคุณมีพฤติกรรมบางอย่างที่กระตุ้นความหึงของเขา...ก็ เปลี่ยนมันซะ หรือไม่ก็ตกลงพูดคุยทำความเข้าใจกัน เพื่อให้เขารู้สึกมั่นใจในความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขามากขึ้นนั่นเอง

แหล่งที่มา  http://wedding.kapook.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Wednesday, July 15, 2015

6 เสน่ห์ในตัวผู้หญิง ที่ชวนให้ผู้ชายหลงใหลอย่างน่าประหลาด



        พบเสน่ห์ในตัวผู้หญิงที่ชวนให้ผู้ชายหลงใหลอย่างน่าประหลาด ใครเลยจะไปคิดว่าพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะสร้างเสน่ห์ให้กับคุณผู้หญิงอย่างไม่รู้ตัว

        ผู้หญิงทุกคนต่างมีเสน่ห์ที่ชวนให้ผู้ชายหลงใหลแตกต่างกัน มีผลแบบสำรวจตัวอย่างหนึ่งในเว็บไซต์ wmnlife ระบุ ว่านอกจากรูปร่างและหน้าตาที่สร้างเสน่ห์ให้กับคุณผู้หญิงแล้ว ยังมีพฤติกรรมบางอย่างของเธอที่สร้างเสน่ห์ให้ชายหนุ่มหลงใหลอย่างน่า ประหลาด เผื่อใครหลายคนได้อ่านและไปทดลองใช้ดูก็ไม่ว่ากัน

1. สาวแว่น

        น่าแปลกที่ผลสำรวจระบุว่าผู้หญิงที่ใส่แว่นมีแนวโน้มที่จะสร้างแรงดึงดูดจาก เพศตรงข้ามมากกว่าสาวที่ไม่ใส่แว่น จะเห็นว่าผู้หญิงบางคนกลับดูดีขึ้นเมื่อใส่แว่นตา ตอนนี้ผู้หญิงคนไหนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ละก็ ขว้างมันทิ้งไปได้เลย เพราะตอนนี้เรารู้แล้วว่าผู้ชายส่วนใหญ่มักหลงเสน่ห์และยอมแพ้ให้กับสาวแว่น

 
2. การโพกผ้าขนหนูบนศีรษะ

        ผู้หญิงหลายคนคงอดแปลกใจไม่ได้ว่า การโพกผ้าขนหนูบนศีรษะจะทำให้ฉันมีเสน่ห์ขึ้นได้อย่างไร ? ร้อยทั้งร้อยผู้ชายมักชอบผู้หญิงผมยาว แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าขณะที่ผมหมาด ๆ ของคุณอยู่ภายใต้ผ้าขนหนูหลังสระผมเสร็จ มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้คุณดูเซ็กซี่และชวนหลงใหลในสายตาเขามากขึ้น

 
3. การมองดูคุณผู้หญิงที่กำลังแต่งหน้า

        ลองคิดดูเล่น ๆ สิว่า ต่อหน้าแฟนหนุ่มคุณเคยแต่งหน้าให้เขาเห็นบ้างหรือเปล่า ? ทักษะและความเชี่ยวชาญของการลงสีบนใบหน้า ทำให้ชายหนุ่มของคุณต้องทึ่งในสกิลการแต่งหน้าขั้นเทพของคุณ กิริยาท่าทางของผู้หญิงเวลาแต่งหน้า ทำให้ชายหนุ่มคิดว่านั่นเป็นท่าทางที่แลดูเป็นธรรมชาติสำหรับเธอสุด ๆ

 
4. เมื่อผู้หญิงออกกำลังกาย

        ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายมักแอบมองผู้หญิงเวลาออกกำลังกายด้วยนะ ผู้ชายมักหลงเสน่ห์กับท่าทางที่จริงจังและเคร่งขรึมเวลาที่คุณออกกำลังกายอยู่มากโขเชียวล่ะ การขยับตัวของกล้ามเนื้อยิ่งทำให้คุณเซ็กซี่มากขึ้นในสายตาเขา ว่าง ๆ ลองชวนแฟนหนุ่มของคุณไปออกกำลังกายด้วยกันสิ นอกจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว คุณทั้งสองยังได้ใช้เวลาว่างร่วมกันอีกด้วยนะ

 
5. เสื้อลายพรางทหาร

        เสื้อลายพรางทหาร (Camouflage) เป็นสไตล์เสื้อผ้าที่ผลสำรวจบอกว่ามีเสน่ห์ดึงดูดใจผู้ชายมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่าเมื่อผู้หญิงใส่เสื้อผ้าสไตล์นี้ ได้เปลี่ยนลุคของคุณให้ดูเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งขึ้น ทางที่ดีผู้หญิงเราควรมีเสื้อลายพรางทหารติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้สักตัวสองตัว ใส่คู่กับกระโปรงสั้นหรือรองเท้าส้นสูงคู่เก่งออกไปเดินช้อปปิ้งในวันสบาย ๆ  เท่านี่คุณก็ดูเซ็กซี่ในสายตาของเขาแล้วล่ะ

 
6. เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง

        การใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเสื้อเชิ้ตของแฟนหนุ่มด้วยแล้ว จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์ขึ้นเป็นกอง ไม่เชื่อคุณก็ลองสังเกตแฟนหนุ่มของคุณดูสิว่า เวลาที่เขาเห็นคุณใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งแล้วมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรบ้าง ? ไม่แน่ว่าการใส่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของคุณผู้หญิง อาจกลายเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่ ที่ทำให้คุณผู้หญิงดูเก๋และเริดสุด ๆ

 
        หลายคนคงกำลังแอบเช็กลิสต์เสน่ห์ของตัวเองกันอยู่ใช่ไหมล่ะ ? ว่ามีกันกี่ข้อ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่จะสร้างเสน่ห์ให้กับตัวคุณมากที่สุด คงหนีไม่พ้นในเรื่องความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นเสน่ห์ถาวรที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
 

แหล่งที่มา  http://wedding.kapook.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, July 14, 2015

8 เคล็ดลับบูทพลังระหว่างวัน บ่าย ๆ เพลียประจำ ต้องลองทำดู




         ทำงานมาทั้งวัน ใช้สมองมาก็เยอะ ก็ไม่แปลกที่จะรู้สึกล้า ๆ ในช่วงบ่าย แต่วิธีบูทพลัง ระหว่างวันนี้คงช่วยพวกเราได้

          ช่วงเวลาระหว่างวันหรือเวลาทำงาน หลาย ๆ คนอาจมีอาการอ่อนเพลีย หาวหวอด ๆ จนอยากจะฟุบตัวไปกับโต๊ะทำงาน นิตยสารชีวจิต ก็เลยขอยกมือเสนอวิธีบูทพลังงานระหว่างวันอย่างง่าย ๆ มาให้ลองทำตามกันดู วิธีเหล่านี้ช่วยคุณได้แน่นอนเลย

อาหารมื้อแรกของวัน

          ในมื้อเช้าควรเลือกกินอาหารที่มีส่วนประกอบของใยอาหาร เช่น ธัญพืช ข้าวกล้อง เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า การกินธัญพืชในมื้อเช้าจะช่วยลดอาการอ่อนเพลียและช่วยเพิ่มทักษะการเรียนรู้ ได้มากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะใยอาหารจะช่วยลดการดูดซึมของอาหารในกระเพาะ ส่งผลให้สามารถกักเก็บระดับน้ำตาลในเลือดไว้เสริมสร้างพลังงานระหว่างวันได้ นานยิ่งขึ้น
 
ดื่มน้ำสะอาดทุก ๆ 1-2 ชั่วโมง

          นายแพทย์วูดสัน เมอร์เรล ผู้จัดการศูนย์การแพทย์เบธอิสราเอล ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า มีคนไม่น้อยมักเกิดอาการล้าจากการขาดน้ำ ซึ่งจากงานวิจัย พบว่า นักกีฬามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จะมีอาการล้า อ่อนเพลีย หากขาดน้ำเป็นเวลา 15 ชั่วโมง นอกจากนี้จะส่งผลให้ระดับความจำและกระบวนการทางความคิด การจดจ่อต่อเป้าหมายลดลงด้วย วิธีแก้ง่าย ๆ ก็คือ ดื่มน้ำสะอาดทุก ๆ 1-2 ชั่วโมงนั่นเอง

จิบชาระหว่างวัน

          เป็นที่ทราบกันดีว่าในใบชานั้นมีสารคาเฟอีนและกรดแอมิโนแอลทีอะนีนที่ช่วยลดอาการอ่อนเพลียและกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะ "ชาดำ" ซึ่งช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี และจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยลอนดอน อังกฤษ พบว่า การดื่มชาวันละ 4 ครั้ง ใน 6 สัปดาห์นั้นส่งผลให้การหลั่งฮอร์โมนความเครียดลดลง

 
ดื่มน้ำอาร์ซี

          อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต แนะนำว่าการดื่มน้ำอาร์ซีในตอนเช้านั้นจะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า แก้อาการอ่อนเพลีย เพราะมีส่วนประกอบของกลูโคส ดีเอ็นเอ / อาร์เอ็นเอ (DNA / RNA) และวิตามินแร่ธาตุจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้


ลุกจากโต๊ะสัก 10 นาที

          การเดินขยับร่างกายในระยะเวลาสั้น ๆ จะช่วยเติมพลังให้กับร่างกายในระหว่างวันได้ จากงานวิจัยสมาคมหัวใจสหรัฐอเมริกา พบว่า การเดินเพียงแค่วันละ 10 นาที ภายในระยะเวลา 6 เดือน จะทำให้ร่างกายมีพลังมากกว่าการหยุดนิ่งอยู่กับที่ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังช่วยลดการปวดหัว ปวดเมื่อยร่างกาย และการเป็นตะคริวได้ด้วย


หาต้นไม้เล็ก ๆ มาวางบนโต๊ะ

          โดยเฉพาะต้นไม้สีเขียวจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายในช่วงบ่าย เพราะจากงานวิจัยมหาวิทยาลัยรัฐแคนซัส เอแอนด์เอ็ม ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ต้นไม้สีเขียว หรือแจกันดอกไม้หลากสี จะช่วยเพิ่มไอเดียในการคิดงานได้ดียิ่งขึ้น

 
กินอาหารระหว่างวัน

          ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ แซนด์วิชขนมปังโฮลวีทกับกล้วยหอมและเนยถั่ว เป็นเมนูชาร์จพลัง ซึ่งแพทย์หญิงซูซาน ลาร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อธิบายว่า กล้วยหอมเป็นแหล่งของโพแทสเซียมตัวช่วยของร่างกายในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงาน และเนยถั่วที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียม เป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ในร่างกาย

 
เปิดเพลงเบา ๆ

          ขณะทำงานควรเปิดเพลงฟัง หรือฮัมเพลงเบา ๆ ไปด้วยก็ได้ เพราะจากงานวิจัยพบว่าพนักงานที่ใส่หูฟังเพลงขณะทำงานนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และลดความเครียดเรื่องงานลงถึง 10 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

          ชื่นชอบวิธีไหน อย่าลืมนำไปปรับใช้กันดูนะครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โดย สิรกัลป์ อรัญมงคล
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/cucumberwind/make-it/