Wednesday, October 16, 2013

แบบทดสอบบุคลิกภาพ ... ร่องรอยของหัวใจ




วิธีทำ แบบทดสอบบุคลิกภาพ  เลือกภาพลายเส้นหัวใจที่คุณชอบที่สุด


ถ้าเลือกได้แล้ว
เลื่อนลงไปดูวิเคราะห์แบบทดสอบบุคลิกภาพกันเลย
 

แบบทดสอบบุคลิกภาพนี้ บอกอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ?
แบบทดสอบนี้ จะบอกได้ว่าหัวใจและความรักของคุณผ่านอะไรมาและต้องการอะไร


วิเคราะห์ แบบทดสอบบุคลิกภาพ
 
แบบ A หัวใจปรารถนา

* หัวใจคุณปรารถนาความรักที่ลึกซึ้ง คุณรักอย่างซาบซึ้ง ด้วยอารมณ์ที่แรงกล้า
* คุณปล่อยให้หัวใจนำทาง และไม่เคยเสียใจที่มักกระโจนเข้าใส่สิ่งใดโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง และถ้าคุณล้ม คุณจะกระโจนเข้าไปอีกครั้ง!
* หัวใจของคุณบอบช้ำมาเกินกว่าจะนับครั้งได้ และคุณก็เป็นฝ่ายหักอกคนอื่นด้วยเหมือนกัน
* คุณคิดว่าการผิดหวังในความรักนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็คิดว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่ได้มา!
...

แบบ B หัวใจอุดมคติ

* หัวใจคุณปรารถนารักแท้ แม้ว่าคุณอาจจะต้องรอนานเท่าไหร่ คุณก็ยินดีที่จะรอ
* คุณคิดไว้แล้วว่าความรักของคุณจะต้องเป็นอย่างไร เลยยังไม่ลงเอยซักที เพราะคุณต้องการให้หัวใจของคุณได้พบความสุขที่แท้จริง
* มีแนวโน้มว่าคุณจะเคยอกหักมา เพราะหัวใจของคุณมักผิดหวังได้ง่าย
* ใช้เวลานานนะ เวลาที่จะเยียวยาหัวใจของคุณ เพราะคุณจะไม่ยอมลืมบาดแผลที่เคยมีซักที
...

แบบ C หัวใจแสนสุข

* หัวใจของคุณไม่ต้องการอะไรมาก และไม่ต้องทำอะไรมากที่จะทำให้หัวใจของคุณมีความสุข
* ไม่ว่าคุณอาจจะเคยพบรัก หรือไม่เคยก็ตาม ยังไงก็แล้วแต่ หัวใจของคุณสุขสงบดี
* ถ้าเกิดว่าคุณเคยผิดหวังในความรัก คุณก็ไม่เคยแพ้ หัวใจของคุณไม่มีบาดแผลอะไร
* หัวใจของคุณเปิดกว้างสำหรับทุกสิ่ง และคุณเองก็มีความรักมากมายให้กับโลกนี้
...

แบบ D หัวใจซับซ้อน

* หัวใจคุณปรารถนาหลายสิ่งหลายอย่าง และมักเปลี่ยนไป และยากที่จะคาดเดาว่าจะต้องการอะไรอีก
* คุณตกหลุมรักในวันนึงและเปลี่ยนไปในวันต่อมา สำหรับคุณแล้ว ความรักไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ธรรมดาๆ
* คุณอาจจะเคยผิดหวังในความรักมาบ้าง
* แต่ดีที่หัวใจของคุณได้รับการเยียวยาที่ดี บาดแผลที่มีกลับทำให้คุณเข้มแข็งขึ้นซะอีก
...
by EZ Riya  http://blog.eduzones.com/snowytest/100679
ขอบคุณข้อมูล แบบทดสอบบุคลิกภาพ จาก blogthings.com
content credit : blogthings.com, photo credit : inspirationaldaily.wordpress.com

Monday, October 14, 2013

9 สัญญาณการออกเดท ที่ไม่ควรพัฒนาเป็นแฟน

  
      

           การเดทเป็นช่วงเวลาที่ศึกษาดูใจกัน ทำความรู้กันก่อนที่จะตัดสินใจมาคบหากัน ดังนั้น ในช่วงเวลานี้  สาว ๆ ต้องคิดแล้วคิดอีกให้ดีว่า จะจบการเดทหรือจะก้าวต่อพัฒนามาเป็นคนรัก เพราะถ้าตัดสินใจพลาดชีวิตรักคุณอาจจะไม่แฮปปี้ และเป็นการเสียเวลาเปล่า ๆ เอาเวลาไปศึกษาคนอื่นดีกว่า ดังนั้น กระปุกดอทคอมจึงนำสัญญาณที่บ่งบอกว่าควรยุติการเดทมาฝากสาว ๆ กันจ้า เพื่อจะได้เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจว่าจะก้าวไปในทิศทางไหน

         
 1. ติดโทรศัพท์เกินเหตุ

          พวกที่คิดว่าโทรศัพท์เป็นอวัยวะอีกส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็มักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งเล่นตลอดเวลา ไม่สนใจเราเท่าที่ควร หรือชอบปลีกตัวออกไปคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน ๆ บ่อยครั้ง แหม...ไม่สนใจเรานี่ยังไม่เท่าไหร่นะจ๊ะ แต่ถ้ามีอาการลุกลี้ลุกลนเวลาที่มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นนี่สิ มันน่าสงสัยไหมล่ะว่าเขามีความลับอะไรซ่อนอยู่ พฤติกรรมมีพิรุธตั้งแต่แรกเลย หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นสามารถยุติการเดทได้เลยนะ เพราะการกระทำมันส่อว่าเขาอาจจะมีแฟนอยู่แล้วหรือเปล่า
    
        
2. ไม่พาไปแนะนำกับเพื่อน ครอบครัวของเขาเลย

          ถ้าเดทกันมานานกว่า 6 เดือน และสนิทสนมกันมากระดับหนึ่ง ก็น่าจะพาไปรู้จักกับสังคมของเขาบ้าง สาว ๆ รู้ไหมว่าการไม่พาไปแนะนำ โดยทำเป็นเงียบ ๆ หรือพยายามเลี่ยงตลอด มันก็น่าสงสัยนะว่าทำไมต้องเป็นความลับ ทำไมถึงไม่ต้องการให้คนอื่นทราบ ซึ่งมันคงมีหลายเหตุผลที่เป็นไปได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร มันก็ไม่ดีต่อความรู้สึกของผู้หญิงอย่างพวกเราอยู่แล้ว
   
        
3. ไปไหนมาไหนกับผู้หญิงอื่นบ่อยซะเหลือเกิน

          จริงอยู่ที่ระหว่างเดทกัน คุณยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกัน แต่การเห็นหนุ่มคนนั้นควงผู้หญิงคนอื่นไปไหนมาไหนกันสองคน  มันก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกันหรือเปล่า ถึงเขาจะยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น แต่เจอแบบนี้ใคร ๆ ก็ต้องหวาดระแวง ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงตัดสินใจถึงความสัมพันธ์ด้วยแล้ว ก็อย่าเพิ่งรีบใจร้อนมอบหัวใจให้เขาไปซะล่ะ ค่อย ๆ ดูไปยาว ๆ เดี๋ยวจะน้ำตาตกเอาทีหลังได้นะ

         
4. ล้อเล่นกับความรู้สึก

           ผู้ชายบางคนก็ชอบล้อเล่นกับความรู้สึกของสาว ๆ ชอบทำเป็นมาเอาอกเอาใจ แล้วต่อมาก็ตั้งใจแสดงอาการเมินเฉย เขาอาจจะทำไปเพราะความสนุก หรือต้องการสังเกตปฏิกิริยาของคุณก็ได้ แต่ไม่ว่าจะทำด้วยเหตุผลอะไร มันก็ไม่ดีทั้งนั้นล่ะ เพราะแสดงถึงความไม่จริงใจ แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเขาที่ทำอะไรหลาย ๆ อย่างให้นั้นมันออกมาจากความจริงใจ หรือแค่นึกสนุกเฉย ๆ กันแน่ ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น อย่ายอมเป็นอันขาด พูดไปเลยตรง ๆ ว่าทำแบบนี้ทำไม อย่ายอมเป็นของเล่นเพื่อความสนุกสนานของเขาเลยดีกว่า

          
 5. เพื่อนพูดกันหนาหูในทางไม่ดีเกี่ยวกับเขา

           เวลาที่กำลังอินเลิฟ อะไร ๆ ก็ดูดีในสายตาคุณไปซะทุกอย่าง หรือพูดอีกอย่างว่าความรักทำให้คนตาบอดนั่นเอง ขนาดเพื่อนฝูงบอกว่า นี่ ๆ แฟนเธอนะ นิสัยไม่ได้เรื่องเลยหรือเตือนอะไรก็ตามเกี่ยวกับแฟนของคุณ ก็ต้องฟังบ้าง ไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตา ไม่รับฟัง และสรรหาข้อแก้ตัวให้แฟนได้ตลอดเวลา เพื่อนอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีนะ ลองมองอะไรตามความเป็นจริง และตัดสินด้วยเหตุผลไม่ใช่ความพิศวาส ถ้าเขาเป็นคนไม่ดีจริง ๆ ก็มองหาคนใหม่เถอะ ยุติการเดทครั้งนี้ไปเลย

         
6. แสดงออกเหมือนไม่ค่อยอยากรู้จักครอบครัวของคุณ

           มันก็ เรื่องธรรมดานี่ล่ะ เวลาคบกันสนิทกันได้สักพัก ก็ต้องพาไปรู้จักบ้าน รู้จักคนในครอบครัว แต่ถ้าเขาแสดงอาการเบื่อ ทำหน้าบูดบึงคล้ายว่าโลกจะแตก และไม่ใส่ใจ ไม่สนใจอยากทำความรู้จัก หรือแม้แต่แค่ชื่อ พี่ น้อง ก็ยังจำไม่ได้ นั่นแสดงว่าเขาไม่ให้ความสำคัญกับคุณเลย บางทีเขาอาจจะไม่อยากจริงจังกับความสัมพันธ์นี้มากนัก เลยไม่รู้สึกว่าอยากจะรู้จักครอบครัวของคุณก็ได้ เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ต้องคุยกันให้รู้เรื่องไปเลยว่ารู้สึกอย่างไร จริงจังกับความสัมพันธ์มาก-น้อยแค่ไหน เราจะได้ไม่คิดไปเองฝ่ายเดียว และจะได้ตัดสินใจได้ว่าควรยุติการเดทครั้งนี้หรือไม่

         
7. อยู่แต่กับเพื่อน ไม่มีเวลาให้ตลอดเลย

           คนกำลังศึกษาดูใจกันมันก็ควรมีเวลา พบปะ พูดคุย หรือไปไหนต่อไหนด้วยกันบ่อย ๆ เพื่อจะได้รู้จักกันมากขึ้น แต่ถ้าเอะอะก็ไม่ว่าง ๆ ชวนไปไหนก็ไม่ไป แต่ดันไปสิงสถิตอยู่กับเพื่อนตลอดเวลา ติดเพื่อนมากเกินไป...นี่ก็ไม่ไหวนะ เหมือนว่าพวกสาว ๆ อย่างเราไม่มีความสำคัญเอาซะเลย ถ้าเริ่มต้นความสัมพันธ์กันแบบนี้แล้ว ต่อไปจะเป็นอย่างไร ต้องคุยให้รู้เรื่อง อย่าปล่อยเลยตามเลยไปล่ะ เพราะตัวคุณเองจะเสียใจภายหลังได้

         
8. ชอบข่มว่าตัวเองเหนือกว่า

           ไม่มีใครชอบการถูกข่มหรือถูกทำให้รู้สึกว่าตัวเราด้อยกว่าหรอก มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลยทีเดียว ขนาดมีเพื่อนนิสัยแบบนี้ยังไม่ค่อยอยากจะคุยด้วยเลย แล้วถ้าต้องเดทกับผู้ชายที่มีนิสัยเช่นนี้ล่ะ -_- ถึงเขาจะมีข้อดีอีกมากมาย แต่นิสัยแบบนี้มันแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวเอง หรือเห็นแต่ข้อดีของตัวเอง สมัยนี้สิทธิผู้หญิง-ชายเท่าเทียมกันแล้วนะ สาว ๆ ทั้งหลายก็ต้องมั่นใจในคุณค่าของตัวค่ะ อย่าไปทนเดทกับผู้ชายแบบนี้เลย รีบเอาตัวออกมาดีกว่า อยู่กับคนลักษณะนี้ไปตลอดชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไรกันล่ะ  

         
9. เอาแต่ใจตัวเองเกินไป

           คนที่เอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปไม่ถึงนึกจิตใจคนอื่น เป็นกลุ่มคนที่อยู่ใกล้แล้วไม่มีความสุขที่สุดในโลก เพราะชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ไม่ฟังใคร ไม่สนความรู้สึก หรือพยายามจะเข้าใจคนอื่นทั้งนั้น ถ้าคนที่เดทด้วยมีนิสัยแบบนี้ล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าคุณจะถูกเอาเปรียบตลอด เพราะว่าเวลาที่ตัดสินใจอยากกินอะไร ดูหนังเรื่องอะไร คุณไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น พูดไปเขาก็ไม่ฟัง เขาจะเอาแบบที่เขาต้องการ มันไม่แฟร์เลยใช่ไหมล่ะ ทีนี้ลองจินตนาการดูนะว่าถ้ามีแฟนแบบนี้จะแฮปปี้หรือเปล่า ถ้าไม่ล่ะก็...หยุดการเดทและไปศึกษาคนอื่นดีกว่า

           ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสัญญาณที่บ่งบอกว่า ถ้าคบเป็นแฟนกันแล้วมันอาจจะเกิดปัญหาตามมา และทำให้ต้องเสียน้ำตาภายหลังก็ได้ อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของคุณเอง ทั้งนี้ ต้องคิดอย่างมีสติ รอบคอบ และอย่ายอมตกเป็นของเล่นของพวกผู้ชายที่ไม่มีความจริงใจให้นะจ๊ะ พวกเราต้องเห็นคุณค่าในตัวเองและเลือกคนดี จริงใจ ถูกต้องไหมล่ะ


แหล่งที่มา  http://wedding.kapook.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, October 13, 2013

คุณพร้อมเปิดประตูหัวใจจริงไหม




           เคย ถามตัวเองบ้างไหมว่า ทำไม๊ทำไมถึงไม่มีคนรู้ใจกับเขาเสียที หรือคุณยังไม่พร้อม หรือคุณก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองน่ะพร้อม ไม่พร้อมงั้นหยิบปากกามาลองทำแบบทดสอบนี้ดู เพื่อตัวเองจะได้รู้คำตอบเสียทีว่าคุณพร้อมไหมที่จะเปิดหัวใจ

1. คุณกำลังเดินเลือกหนังสืออยู่ในร้าน เผอิญมีหนุ่มเข้ามาส่งยิ้มพร้อมทักทายสวัสดี ส่งยิ้มให้ คุณจะ
ก. ก็ยิ้มตอบนะ แต่ยิ้มแบบงง ๆ
ข. อะไรกัน จำคนผิดหรือเปล่า เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย
ค. เฉย ๆ รีบไปทำธุระตัวเองให้เสร็จดีกว่า

2. คุณเคยเกิดความรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนไหม ตอนเห็นหน้าทำเป็นไม่สนใจ แต่พอเขาไม่อยู่ ก็มองหา
ก. ออกจะบ่อย ๆ
ข. เป็นบางครั้งกับบางคน
ค. คิดว่าไม่เคย

3. คุณคิดว่าคนเราจะเจอคนรู้ใจที่ใช่จริง ๆ น่าจะอยู่ช่วงวัยไหนในชีวิต
ก. เลย 30 ไปแล้วมั้ง
ข. วัยไหนไม่สนใจ ถ้าใช่ก็คงมาเอง
ค. ไม่คิดว่าจะเจอหรอกในชีวิตนี้

4. เพื่อนคุณอกหักอย่างจัง คำพูดที่คุณคิดว่าจะพูดกับเพื่อนคือ
ก. อกหักเพียงครั้งยังไม่ตาย
ข. เห็นไหม ฉันบอกแล้ว อยู่คนเดียวดีกว่า
ค. ความรักก็เป็นแบบนี้แหละ

5. จู่ ๆ มีคนส่งดอกไม้มาให้ คุณจะทำอย่างไร
ก. ต้องรู้ให้ได้ว่าเขาคือใคร
ข. เฉย ๆ ใส่แจกัน ก็แค่นั้น
ค. ดูท่าทีก่อน จะคอยดูว่าจะส่งให้ได้สักกี่น้ำ

6. คุณเชื่อเรื่องบุพเพสันนิวาสแค่ไหน
ก. เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ข. เชื่อเต็มร้อย
ค. ไม่เชื่อ คิดว่าอยู่ที่ตัวเองมากกว่า

7. ถ้าต้องเลือกระหว่าง คนที่รักเรา กับคนที่เรารัก คุณเลือก
ก. คนที่เรารักดีกว่า เพราะรักของฉันไม่ต้องครอบครอง
ข. คนที่รักเราดีกว่า เพราะยังไงซะ เขาก็รักเราน่ะ
ค. คนที่เรารัก ก็รักข้างเดียว อกหักอีก คนที่รักเรา เราก็ไม่ได้รักเขาอีกแหละเลือกลำบาก

8. เวลาที่คุณไปงานแต่งงาน คุณเห็นคู่บ่าวสาว ความรู้สึกของคุณ
ก. รู้สึกยินดี ถ้ามีโอกาสอย่างนี้บ้าง คงมีความสุข
ข. น่าเสียดาย ชีวิตอิสระกำลังจะหมดไป
ค. ใครจะแต่งก็แต่งไป ฉันขออยู่คนเดียว สบายใจกว่า

9. หากมีใครสักคนมาขอเดทกับคุณล่ะ
ก. ได้ แต่ขอพาเพื่อนไปด้วย
ข. อย่าเลย ฉันชอบอยู่คนเดียว
ค. ของแบบนี้ ต้องลองดู

10. คุณเชื่อในข้อใด
ก. รักแท้แพ้ใกล้ชิด
ข. ความรักทำให้คนตาบอด
ค. อกหักดีกว่ารักไม่เป็น

           ตรวจสอบคะแนนได้เลยค่ะ

   ก. ข. ค.

1. 3 1 2
2. 3 2 1
3. 3 2 1
4. 3 1 2
5. 3 1 2
6. 3 2 1
7. 2 3 1
8. 3 2 1
9. 2 1 3
10. 3 1 2

--- 10 – 19 คะแนน ---
           เลิกสงสัยได้เลยว่าทำไมหัวใจของคุณถึงยังไม่มีใครมาเคาะห้องจับจองเสียที คุณไม่เปิดใจนั่นเอง จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะมีความรู้สึกว่าอยู่เป็นโสดดีกว่า ชีวิตโสดมาพร้อมกับความอิสระ และชีวิตอิสระใคร ๆ ก็ปรารถนา แต่ถ้าคุณไม่กล้าเปิดใจให้กับเรื่องความรัก เพราะกลัวอกหัก กลัวผิดหวัง
อย่า ลืมว่าความกลัวโดยเฉพาะในเรื่องละเอียดอ่อนอย่างเรื่องความรักหากคุณ ผ่านมาได้ มันจะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น และจะทำให้คุณเรียนรู้ที่จะมีความรักได้อย่างระวังตัวมากขึ้น แต่ถ้าคุณแย้งว่าไม่ได้กลัวอกหักหรือผิดหวัง ส่วนหนึ่งที่คุณไม่พร้อมที่จะเปิดหัวใจ เพราะคุณยังไม่เจอคนที่คิดว่าใช่ ก็ถ้าคุณไม่เปิดใจหรือรีบปิดประตูตายก่อนซะอย่าง แล้วคุณจะรู้ได้ไงว่าเขาน่ะใช่หรือเปล่า !!!

--- 20 คะแนนขึ้นไป ---
           คุณเป็นคนที่พร้อมจะเปิดใจให้กับความรักเสมอ จะเป็นความรักที่เข้ามาโดยบังเอิญหรือกำลังค้นหาก็ตาม ถึงแม้จะมีคำพูดที่ว่า ความรักเหมือนกับผีเสื้อ บางทียิ่งวิ่งเข้าหาเท่าไหร่ มันก็ยิ่งออกไปไกลตัวมากเท่านั้น แต่คุณก็ยินดีที่จะสัมผัสกับความเป็นจริงของชีวิตในแง่ที่ว่า ความรักอาจจะมีทั้งสุขและทุกข์ แต่มันคือความจริงของชีวิต เพียงแต่ว่าเราดูแลความรักได้ดีแค่ไหน อย่างน้อย ศรัทธาในความรักของคุณมีอยู่เต็มหัวใจ และพร้อมจะเปิดประตูรับใครคนนั้นเข้ามาเรียนรู้ไปด้วยกัน แต่ถ้าคุณเป็นคนที่พร้อมจะเปิดหัวใจให้กับความรักอยู่ตลอดเวลาบนพื้นฐานของ ความเจ้าชู้ของตัวเอง คะแนนในบททดสอบนี้ถือว่าเป็นศูนย์ไปเถอะ !!!

แหล่งที่มา  http://horoscope.kapook.com/view8022.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, October 12, 2013

เคล็ดลับ 10 ข้อ ช่วยให้ทะเลาะกันอย่างสร้างสรรค์




       1. ยึดติดกับประเด็นที่เถียงกัน อย่ายกเอาเรื่องก่อนหน้านั้น หรือเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกันขึ้นมา

    
2. อย่าเถียงกันในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตัวอย่างเช่น เถียงกันว่าคุณลืมซื้อนมเมื่อวันจันทร์หรืออังคาร ประเด็นก็คือ คุณลืม มันไม่เกี่ยวกับว่าวันไหน

    
3. เริ่มประโยคด้วยคำว่า "ฉัน" ตัวอย่างเช่น "ฉันรำคาญเวลาที่คุณ..." แทนที่จะพูดว่า "คุณทำให้ฉันรำคาญเวลาที่คุณ..." และ "ฉันอยากให้เราออกไปเที่ยวกันมากกว่านี้" ไม่ใช่ "เราควรไปเที่ยวกันมากกว่านี้"

    
4. อย่าใช้คำสุดโต่ง เช่น "ไม่เคยเลย" "ตลอดเวลา" "ควร" หรือ "ไม่ควร" มันน่ารำคาญและบ่อยครั้งที่ไม่ตรงกับความจริง เช่น "คุณไม่เคยล้างจานเลย" จะต้องได้รับคำตอบประมาณว่า "อ้าว แล้วตอนนั้นล่ะ..."

    
5. แสดงความคิดเห็นของตัวเอง อย่าได้พยายามยกเอาความคิดเห็นของคนอื่นเข้ามา

    
6. พยายามนั่งอยู่กับที่ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และอย่าลืมหายใจ มันง่ายกว่าที่จะใจเย็นเวลาที่ไม่เดินไปมาเป็นเสือติดจั่น

    
7. อย่าเริ่มใช้คำด่าทอ การด่าเขาว่าขี้เกียจ ประสาทเสีย อ้วน หรืออะไรก็ตาม ไม่ได้โน้มน้าวให้เขาเห็นประเด็นที่คุณต้องการเลยแม้แต่น้อย

    
8. จงยอมรับอารมณ์ตัวเอง และบอกให้เขารับรู้ด้วยเช่นกัน การพูดว่า "ฉันกลัวว่าคุณจะไม่รักฉันอีก" จะได้รับคำตอบที่ดีกว่าการพูดว่า "คุณทำเหมือนกับคุณไม่รักฉันแล้ว"

     
 9. อย่าขัดคอ อย่าพูดคนเดียว หรือคาดหวังให้อีกฝ่ายอ่านใจคุณได้

     
 10. ขอเวลานอก ถ้าใครคนหนึ่งหรือทั้งสองคนรู้สึกว่ากำลังเริ่มร้อนจัด มันดีกว่าที่จะหนีกันไปสักพัก เพื่อให้ใจเย็นก่อนจะกลับมาเถียงกันอีก

แหล่งที่มา  http://wedding.kapook.com, Lisa
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต