Sunday, October 27, 2013

10 ข้อ ของการเป็นแฟนที่ดี




กฎข้อที่ 1 ความสัมพันธ์เกิดขึ้นเองไม่ได้
ความสัมพันธ์ที่ดี เกิดจากความพยายามและทุ่มเทอย่างมีสติ ความรักคือการเรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุข ความรักเรียกร้องให้เราซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไร บางทีสิ่งสำคัญที่สุดคือความรักต้องการให้เราพร้อมที่จะแสดงออกและทัศนคติ รวมถึงความรู้สึกในแง่ร้ายและแง่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ไม่ได้ตัดสินจากโชคชะตา ซึ่งคู่รักต้องรับผิดชอบร่วมกัน ช่วงเริ่มแรกรู้จักกัน เราจะระวังเรื่องการวางตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็ชักขี้เกียจและใส่ใจผลกระทบของเราน้อยลง แต่ความสัมพันธ์ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่ มันอาจเติบโตหรือถดถอย คุณควรรู้ว่าความรักขึ้นกับตัวคุณเอง คุณจะมีความหวังและมองโลกในแง่ดี แทนที่จะเป็นแค่นักสังเกตการณ์อยู่เฉยๆ คุณจะได้มีส่วนร่วมทำให้ความสัมพันธ์นี้ยั่งยืน

กฎข้อที่ 2 ความรักขาดสีสันได้ แต่ไม่มีวันตาย
เมื่อชีวิตคู่มีปัญหา เราจะอยากปกป้องตัวเอง เรากลัวความเจ็บปวด และการถูกทอดทิ้ง เราเลยเชื่อว่าความรักตายไปแล้ว แต่ความรักอาจกลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง ถ้าเราเข้าใจว่าความรู้สึกลึกซึ้งแบบนั้นก็อาจหยุดนิ่งกับที่บ้าง แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีอยู่ คุณอาจทำตามกฎข้อนี้ได้ด้วยการแบ่งแยกสิ่งที่คุณรู้สึกตอนนี้ออกจากสิ่งที่คุณรู้สึกเมื่อตอนเริ่มคบกัน จำไว้ว่าความรักที่คุณรู้สึกได้ในอดีตเป็นของจริง สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อฟื้นฟูความรักคือ ค้นหาว่าความโกรธและความเศร้านั้นเกิดจากอะไร พอรู้แล้วก็แสดงความรู้สึกออกมาเต็มที่ แล้วตามด้วยการให้อภัยและยอมรับ ความรู้สึกดีๆก็จะกลับมาแทนที่อีกครั้ง

กฎข้อที่3 ชีวิตคู่ไม่ใช่การแก้ปัญหา
เมื่อเราผลักภาระให้คนรักมากเกินไป เราจะหลบหนีความผิดหวังไม่พ้นและทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจเปล่าๆ ที่สำคัญกว่า นั้นคือ แม้ว่าการอยู่เคียงข้างเขาดูจะทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น แต่ความรู้สึกนั้นจะยั่งยืนก็ต่อเมื่อมันเกิดขึ้นจากตัวเราเอง ดังนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเองก่อน ไม่งั้นเราก็จะไม่มีวันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า หรือจะไม่สามารถรักใครได้จริง

กฎข้อที่ 4 ความรักคือการยอมรับไม่ใช่การเปลี่ยนแปลง
น่าแปลกที่เริ่มแรกเราจะหลงใหลความแตกต่างของอีกฝ่าย แต่พอคบกันจริงๆ เรากลับพยายามลบล้างเอกลักษณ์ของเขาที่ดึงดูดใจเรา นั่นก็เพราะว่าความแตกต่างทำให้เรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคง เพราะเหมือนกับว่าเขาปฎิเสธหรืออยู่ตรงข้ามกับสิ่งที่เราให้คุณค่านั่นเอง ความจริงแล้วความรักคือการยอมรับข้อเสียของใครสักคนและเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนพิเศษกว่าใครๆ เขาเองอาจไม่ได้มองว่าความหวังดี เขากลับมองว่าคุณกำลังลดทอนคุณค่าในตัวเขา การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อเจ้าตัวอยากทำเอง ซึ่งความอยากนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นที่ยอมรับและมีคนรักเท่านั้น

กฎข้อที่ 5 คู่รักไม่ใช่นักอ่านใจ
เรื่องเพ้อฝันอย่างหนึ่งของความรักก็ คือ ฝันว่าคนรักจะรู้จักตัวตนของเราในแบบที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน เราอยากให้เขารู้จิตใจเราก็เพราะเราไม่อยากรู้สึกโดดเดี่ยว เราอยากถูกยอมรับ เราอยากมีตัวตน พอเขาไม่รู้ใจเรา เราก็เลยเศร้า ผิดหวัง หรือแม้แต่รู้สึกถูกทรยศ แต่ถึงเราจะอยากให้เขาเป็นแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่นักอ่านใจ เราจะคิดเอาเองไม่ได้ว่าเขาจะรู้ทุกความรู้สึกของเรา เราต่างหากที่มีหน้าที่ทำให้เขารู้จักตัวเรา บางคนคิดว่าการที่เขารู้ใจคุณแสดงให้เห็นว่าเขารักคุณ จริงๆแล้วเขาทำตามที่คุณเรียกร้องต่างหากแสดงว่าเขารักคุณจริงๆ ดังนั้นอย่ารอให้เขาเดาใจคุณ เพราะมันจะเกิดแต่การเข้าใจผิด และความเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย

กฎข้อที่ 6 คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ
เราประเมินความสัมพันธ์ได้จากการกระทำของคู่รัก ไม่ใช่จากคำพูดของพวกเขา คำพูดอาจแสดงให้เห็นความตั้งใจดี แต่วิธีที่เราสนับสนุนคำพูดนั้นต่างหากที่ส่งผลกระทบจริงๆ ถ้าคุณอยากให้ความรักเข้มแข็ง วิธีสื่อสารที่ดีที่สุดคือแสดงความรัก เอาใจใส่ และละเอียดอ่อน ให้คุณถามตัวเองว่าคุณได้ทำอะไรเพื่อคนที่คุณรักจะดีกว่าการบอกเขาว่าคุณอยากทำอะไรให้เขา

กฎข้อที่ 7 ความสัมพันธ์ที่ดีจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องเจอคือการเปลี่ยนแปลงของตัวเราเองและการเปลี่ยนแปลงของเขา อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้ ให้คิดว่าเขาจะไว้ใจและรักคุณมากพอที่จะเข้าใจการเติบโตของคุณ ส่วนคุณเองก็ควรให้เกียรติเขาในแบบเดียวกัน แม้ว่าความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นคู่กับการเปลี่ยนแปลงของเราจะทำให้เราอึดอัดใจ แต่นั่นก็เท่ากับทำให้ความสัมพันธ์ที่เริ่มหยุดนิ่งกลับมามีสีสันขึ้นมาไม่ใช่หรือ การที่มี "ช่วงเวลาแย่ๆ" ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์นั้นมีปัญหาใหญ่โต แต่มันแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่คู่รักจะต้องยอมรับอย่างเข้าใจ

กฎข้อที่ 8 การนอกใจคือยาพิษฆ่าความรัก
การนอกใจไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา คนที่นอกใจนั้นกำลังพยายามหาแหล่งหลบภัยที่อื่นมากกว่าและถึงอีกฝ่ายจะไม่รู้ แต่มีบางอย่างถูกทำลายแบบไม่สามารถแก้ไขได้ไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องมีความซื่อสัตย์และการให้เกียรติเป็นแกนกลาง การให้เกียรตินั้นไม่ใช่นามธรรม เป็นสิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นความรักจะอ่อนแอและความไว้ใจจะถูกทำลาย ค่านิยมประเพณีได้ได้เกิดขึ้นแบบไร้เหตุผล ไม่ใช่เป็นวิธีจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนให้เห็นพฤติกรรมที่ทำให้ความรักของมนุษย์คงอยู่ ได้

กฎข้อที่ 9 โทษคนอื่นคือการผลักภาระ
การโทษคนอื่นเป็นการย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง มันทำให้เรามองตัวเองเป็นเหยื่อ เราโทษคนอื่นก็เพื่อให้เขารู้สึกผิด แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามมาไม่ใช่ด้านดี เป็นการทำให้เขาสะสมความคับแค้นใจและหมดรักเราไปทีละน้อยโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย

กฎข้อที่ 10 ความรักไม่ใช่การลงโทษแต่คือการให้อภัย
การให้อภัยมีสองแบบ แบบแรกคือให้อภัยตัวเองและคิดว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แบบที่สองคือให้อภัยคนรักอย่างจริงใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่เราอยากจะทำให้เขาเจ็บปวด อยากจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาผิดในเวลาที่เราโกรธ แต่เมื่ออารมณ์เย็นลง ขั้นสุดท้ายของการรื้อฟื้นความรักก็คือการให้อภัย ถึงคุณจะโกรธแค่ไหน ถึงคุณคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกเพียงใด คุณจะรักเขาอีกไม่ได้เลยถ้าคุณไม่ให้อภัย การให้อภัยไม่ใช่การหาเหตุผลมาลบความเจ็บปวด แต่เป็นความเต็มใจที่จะกำจัดความรู้สึกแง่ลบนั้นทิ้งเพื่อให้ความสัมพันธ์นั้นก้าวต่อไปได้

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, October 26, 2013

เหตุผลสำคัญที่ทำให้การตามหารักแท้กลายเป็นเรื่องยาก




        หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า "รักแท้" เป็นสิ่งที่พบเจอได้ยากยิ่ง ดังนั้น ก็เลยมีคนตกอยู่ในสภาวะโสดแบบไม่ได้ตั้งใจมากมาย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งจริง ๆ แล้วรักแท้ไม่ได้หายากอย่างที่หลาย ๆ คนคิดเอาไว้ และอาจจะอยู่ใกล้ตัวแค่เพียงเอื้อมคว้าก็ได้ แต่ที่คุณกลับมองมันไม่เห็น เพราะว่าอาจจะโดน 7 สาเหตุที่บดบังสายตาคุณอยู่ก็ได้

1. เพราะเงื่อนไขที่มากมายทำให้การค้นหายากขึ้น

          มันเป็นเรื่องง่ายมากหากเราจะรู้สึกตกหลุมรักใครสักคน แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรู้สึกชอบและรักใครสักคนมากกว่าตัวเราเอง ดังนั้น มันก็เลยเกิดเงื่อนไขต่าง ๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหน้าตา อุปนิสัย หรือความชอบต่าง ๆ ซึ่งเมื่อเขาไม่ยอมทำตามหรือเป็นไปตามเงื่อนไขของเรา ทัศนคติที่มีต่ออีกฝ่ายก็จะเปลี่ยนไปทันที สาเหตุนี้เองที่ทำให้รักแท้กลายเป็นยาก ทั้งนี้ อาจจะดีกว่าหากคุณให้ความสำคัญกับความต้องการของอีกฝ่ายเป็นหลัก พร้อมกับลดเงื่อนไขของตัวเองลงมา

2. เพราะความคาดหวังของตัวเองสูงเกินไป

          หลาย ๆ คนมักจะมองหาและคาดหวังว่าคนที่ตัวเองจะสานความสัมพันธ์ด้วย จะต้องสามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดหายไปได้ อย่างเช่น ความสุขทางกาย ความสบายทางใจ เข้ามาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองสามารถเดินก้าวต่อไปยังเป้าหมายได้ หรือทุกเรื่องอย่างที่กล่าวมา ซึ่งความเป็นจริงแล้วน้อยคนนักที่จะให้สิ่งที่เราต้องการได้ครบทั้งหมด และถ้าหากบังเอิญได้พบกับคน ๆ นั้นจริงก็ถือว่าเป็นความโชคดีอย่างมากเลย

3. เพราะความรักไม่ใช่ความต้องการทางกายเท่านั้น

          แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเป็นสิ่งที่ช่วยดึงดูดคน 2 คนมาหากัน แต่นั่นเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของความรักเท่านั้น ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมเรายังไม่เจอรักแท้ หากเรายังใช้ภายนอกค้นหาความรักเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ อาจจะดีกว่าหากคุณไม่นำอีกฝ่ายไปเปรียบเทียบกับคนในฝัน และพิจารณาจากนิสัยใจคอกันอย่างแท้จริง

4. เพราะฟังความเห็นของคนอื่นมากเกินไป

          หลายต่อหลายคนที่มักจะให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนอื่นเป็นใหญ่ จนลืมฟังเสียงจากหัวใจของตัวเอง ดังนั้น หากเรารู้จักจัดสมดุลให้กับตัวเอง โดยพิจารณาตัวเขาจากสิ่งที่ตัวเองเห็นเป็นหลัก ในกรณีที่มีคนรอบข้างแสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเตือน ก็ไม่ควรจะเชื่อหรือตัดสินอีกฝ่ายในทันที แต่ควรพิสูจน์ด้วยตาและหัวใจของตัวเองเสียก่อน

5. เพราะว่าคุณควรรักตัวเองก่อนจะรักคนอื่น

          อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าการตามหารักแท้เป็นเรื่องยากเสียเหลือเกิน เพราะกลัวว่าความเจ็บที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจะวนกลับมาอีกครั้งเมื่อต้องเจอกับการจากลาอีกครั้ง สิ่งนี้นี่เองที่เป็นตัวก่อกำแพงในใจคุณทำให้คุณไม่กล้าเปิดใจรับใครเข้ามาเสียที ทั้งที่จริง ๆ แล้วรักแท้นั้นหาไม่ยาก เพียงแค่คุณเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง และรักแท้ที่คุณตามหาก็จะเดินมาเคาะประตูหัวใจของคุณเองโดยไม่ต้องออกไปตามหาเลย

6. เพราะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดความสับสน

          สาเหตุที่ทำให้หลายต่อหลายคนยังไม่กล้าลงหลักปักฐานกับใครเสียที ก็เพราะลึก ๆ แล้วยังมีความสับสนในใจที่ไม่อาจหาทางออกให้กับตัวเองได้ โดยเฉพาะในเรื่องนิสัย ความชอบที่แตกต่างกัน หรือเรื่องอื่น ๆ หลังจากนี้คุณอาจจะเจอกับรักแท้เร็วขึ้น คุณก็ลองปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขไปทีละเรื่อง แล้วคุณก็จะได้พบกับความรักที่แท้จริง

7. เพราะทางเดินของเราต่างกัน

          บ่อยครั้งที่เรามักจะคาดหวังว่าคนอื่นจะเป็นคนดีและทำดีกับเรา แต่น้อยคนนักที่หันกลับมาดูตัวเองและเปลี่ยนแปลงให้เป็นคนดีเพื่อคนที่รัก ดังนั้น หากเราต้องการหรือคาดหวังให้อีกฝ่ายปฏิบัติตัวกับเราอย่างไร เราก็ควรแสดงที่ตัวเองต้องการให้เขาทั้งการกระทำและความคิด ซึ่งเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้อีกฝ่ายเข้าถึงความต้องการ แม้ไม่ต้องพูดคำใด ๆ ออกมา

          7 สาเหตุนี้คงจะให้คนโสดทั้งหลายหายข้องใจกันแล้วว่า ทำไมคุณจึงหารักแท้ของตัวเองยังไม่เจอเสียที และในเมื่อรู้กันแบบนี้แล้วก็หวังว่าจะช่วยให้หญิงหรือชายที่กำลังรอรักแท้อยู่สมหวังในความรักกันเร็ว ๆ นะคะ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, October 25, 2013

5 เคล็ดลับ ตามหาความรักออนไลน์




ความรักออนไลน์ เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความรักที่คุณต้องลงมือหาด้วยตัวเอง มีคนมากมายที่ต้องการจะพบความรักเช่นเดียวกับคุณ ไม่มีใครรู้ว่า ความรักจะเข้ามาหาตัวเองเมื่อไหร่ แต่ทุกคนก็สามารถพยายามตามหาความรักได้ ดีกว่าการอยู่เฉย และถ้าคุณพร้อมแล้ว โลกออนไลน์ ก็อาจจะทำให้คุณพบความรักที่ใช่สำหรับตัวคุณเองได้

1. ให้โอกาสตัวเอง ได้คุยทำความรู้จักกับคนเยอะๆ

ในโลกการหาคู่ออนไลน์ คุณมีทางเลือกที่จะไม่จำกัดตัวเองว่าจะคบคนเพียง ประเภทที่คุณต้องการเท่านั้น ความหมายในที่นี้ ก็คือ ข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอกไว้ อาจไม่ใช่ข้อมูล ที่จริง 100 % ทั้งหมด ดังนั้นแล้ว การได้ลองคุยกับคนอื่นที่ไม่ได้มีโปรไฟล์ตรงตามที่คุณต้องการบ้าง เช่น ลองส่งข้อความคุยกันสัก 2 -3 ครั้ง อาจได้พบว่า จริงๆ แล้ว กลับมีรสนิยมคล้ายๆ กัน  ในโลกออนไลน์ มีคนให้คุณเรียนรู้ตั้งเยอะ เปิดโอกาสให้ตัวเองเข้าไว้ คุยกับคนอื่นหลายๆ คน ถ้าไม่ถูกใจ ก็ค่อยเลิกคุยอย่างสุภาพก็ได้ ไม่เสียหาย

2. คุณต้องใส่รูป

ถ้าคิดจะจริงจัง คุณต้องใส่รูปของคุณลงในโปรไฟล์ด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นชายหรือหญิง ฝ่ายตรงข้าม ย่อมต้องการเห็นรูปร่างหน้าตาของคุณก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มคุยกัน เช่นเดียวกันกับที่คุณต้องการเห็นรูปร่างหน้าตาของคนอื่น ก่อนที่จะทำความรู้จักกัน รูปที่ใส่ในโปรไฟล์ก็ให้เป็นรูปในช่วงปัจจุบัน หรือก็อย่าให้เก่าเกินกว่า 2 ปี ก็พอ ถ้าไม่ใส่รูป ก็คงยากหน่อย ที่จะมีคนเข้ามาทำความรู้จัก... ไม่มีคนเข้ามาทำความรู้จัก ก็ไม่ได้เริ่มต้นที่จะได้เจอความรักสักที

3. เขียนข้อมูลในโปรไฟล์ให้สนุก

คุณอาจจะเคยได้ยินคำว่า “First impression” หรือความประทับใจแรกพบมาก่อน สิ่งนี้สร้างได้ ถ้าคุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ เขียนโปรไฟล์ของคุณ ให้มีแง่มุมน่าสนใจ อ่านง่าย ก็จะเป็นการสร้างความประทับใจแรกพบ ให้อีกฝ่ายติดใจได้ ใช้วลาคิดสักครู่ก็ได้ และควรตรวจทานคำผิดให้เรียบร้อย นี่เป็นด่านแรกที่สำคัญ ของการหาความรักบนโลกออนไลน์ มันมีส่วนช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้มาก  

4. ฟังสัญญาณเตือนภายในใจตัวเอง

เมื่อคุณได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่น่าสนใจ และคุยกันไป 2 -3 ครั้ง หรือออกเดทกันสักครั้ง แล้วคุณรู้ใจตัวเองดีว่าเขาหรือเธอไม่ใช่คนที่จะเข้ากันได้ ถอนตัวตอนนี้ยังทัน จะได้ไปทำความรู้จักคนอื่น
แต่ถ้าคุณยังคิดคิดว่า คุณจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวเขาให้ดีขึ้นได้ ถ้าคิดจะทำอย่างนั้นล่ะก็ ขอบอกว่า เป็นเรื่องที่ยากมากๆๆ  คุณอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เสียเวลาไปในช่วงแรก แต่ถ้าฝืนคบไปต่อและไปทำความรู้จักคนใหม่ คุณอาจจะต้องเหนื่อยรับมือกับความวุ่นวาย

5. พบกันครั้งแรก ในที่สาธารณะ

ถึงแม้จะคุยกันทางอีเมล์หรือโทรศัพท์คุยกันจนสนิทสักแค่ไหน ก็ควรไปพบกันในที่สาธารณะ ยังไงคุณก็ควรดูแลตัวเองไว้ก่อน พบกันครั้งแรกในที่สาธารณะก่อนเพื่อวิเคราะห์คู่เดทจากภาพรวม บุคลิกของเขา นิสัยใจคอ ทัศนคติ หรือแม้แต่รอยยิ้ม แววตาของเขา ก็พอจะช่วยให้คุณแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเขาได้
 
พบกันแล้ว จะถูกใจกัน หรือไม่ถูกใจกัน ก็เป็นการสะดวกสำหรับทั้งสองฝ่ายที่สุด ในการพบกันครั้งแรก

ขอบคุณที่มาบทความจาก NadDate.com, http://www.bbberry.net/webboard/viewthread.php?tid=2713
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, October 24, 2013

10 ประโยชน์ ข้อได้เปรียบของคนโสด


 
By Lady Manager @Bitchy
     
       รู้สึกเซ็งใช่มั้ย เวลาไปงานแต่งเพื่อนแล้วถูกถามว่า เมื่อไหร่แกจะแต่งงาน” “เมื่อไหร่แกจะมีแฟนซักที
       
       เวลาที่คุณ
โสด มันอาจจะทำให้คุณคอยรู้สึกอิจฉาคนที่มีแฟน แต่คุณรู้บ้างมั้ยว่า คุณประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้จะทำให้ความกระหายคู่หายไปโดยพลัน!
       
       จำไว้ เวลาเป็นโสดกรุณาใช้ให้คุ้มค่า เพราะตอนเวลาคู่ขึ้นมาจะรู้ว่าโคตรเสียดาย!

       ประโยชน์ที่ 1 : ถูกว่าจ้างงาน
     
       ถ้าคุณกำลังหางานเเละกำลังโสด ด้วยอีกต่างหากเตรียมเฮได้เลย เว็บไซต์ CNNMoney.com ชี้ว่าชาวอเมริกันที่ไม่ได้เเต่งงานหรือเป็นโสดนั้น สามารถได้งานทำหลังจากเหตุการณ์ lay out ครั้งใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 90 จาก 5 ล้านคนที่ตกงาน ในทางกลับกัน ปี 2009 ชาวมะกันที่เเต่งงานเเล้วกลับหางานได้เพียง 22 เปอร์เซ็นต์ของตำเเหน่งที่พวกเขาเคยทำมาก่อน
     
       
ประโยชน์ที่ 2 : คุณจะผอมขึ้น
     
       พูดกันตรงๆ เลยว่า คนที่มีคู่นั้นมักขี้เกียจดูเเลตัวเอง ปล่อยให้ตัวเองโทรม เพราะคิดว่าจะสวยให้ใครดู ก็มีแฟนอยู่แล้วนี่นา เเละสิ่งที่ชัดที่สุดคือ น้ำหนักมักจะพุ่งพรวด
     
       จากการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ รัฐโอไฮโอพบว่า คู่ที่เเต่งงานแล้วนั้นจะมีน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มถึง 7-20 ปอนด์ ในขณะที่คู่ที่หย่าแล้ว กำลังโสดจะอยู่ที่จุดที่เรียกว่า "ช็อกน้ำหนัก" ซึ่งทำให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงในวัยที่เกิน 30 ปีนั้นหันกลับมาดูแลตัวเอง ควบคุมน้ำหนัก และที่สำคัญ พวกเขามักจะสวยหล่อ และดูดีขึ้นจริงๆ
     
       
ประโยชน์ที่ 3 : คุณจะทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น

       หนึ่งในการศึกษาที่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือ British Journal of Psychology titled “Men behaving nicely: Public goods as peacock tails” นักวิจัยได้ใช้เกมคอมพิวเตอร์สอบถามอาสาสมัครบริจาคเงินให้กับกองทุนที่จะดู เเลผลประโยชน์ให้กับส่วนรวม ปรากฏว่าชายเหล่านั้นบริจาคมากขึ้นถ้าเขาเหล่านั้นอยู่ในบริษัทที่มีผู้หญิง สวยๆ มากกว่าจำนวนผู้ชาย และมากกว่าผู้ชายที่ต้องอยู่ในบริษัทที่มีเเต่ผู้ชาย
     
       ประเด็นคือ ผู้ชายมักชอบทำให้เพศตรงข้ามประทับใจ เช่น การบริจาคเงิน เพื่อให้ฝ่ายหญิงรู้สึกดีต่อเขา
     
       เหมือนกับบทในหนังเรื่อง As Good As It Gets : ที่เมลวินพูดกับเเครอลว่า "คุณทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้น"
     
       เท่ากับว่า การเป็นโสดนั้น สามารถดึงความเมตตากรุณาในตัวผู้ชายคนหนึ่งออกมาได้นั่นเอง

     
       ประโยชน์ที่ 4 : เก่งไปซะทุกอย่าง

       ในความสัมพันธ์แบบคู่ผัวตัวเมียในบ้านหลัง เดียวกัน แน่นอนพวกเขามักจะแบ่งหน้าที่กันทำงานบ้าน เช่น เธอล้างรถนะ เดี๋ยวชั้นทำงานบ้าน เธอทำอาหารนะ ชั้นทำไม่เป็น แต่เมื่อคุณโสดปุ้บ ทุกอย่างคุณจะต้องทำเองหมด และจำเป็นต้องทำให้ได้ เพราะใครจะมาทำให้คุณล่ะ
     
       เอมี่ สเป็นเซอร์ (Amy Spencer) ผู้เขียนเรื่อง Meeting Your Half-Orange ได้ กล่าวว่า"ถ้าคุณสามารถลองอะไรหลายๆ อย่างได้ เเน่นอนนั้นเป็นสิ่งดีสำหรับคุณ นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรที่พุ่งมาใส่คุณ คุณต้องมั่นใจเเละใช้ประสบการณ์หาทางเเก้เเละหาทางออกให้กับมันเอง
     
       
ประโยชน์ที่ 5 : อิสระที่จะตามล่าฝัน
     
       จากหนังสือขายดีเรื่อง Eat, Pray, Love สามีของอลิซาเบ็ธ กิลเบิร์ท (Elizabeth Gilbert) ถามผู้หญิงที่เป็นภรรยาเก่าว่า ทำไมไม่ค้นหาตัวเอง ตามหาฝันในขณะที่ยังเป็นสามีภรรยากัน คำตอบของเธอคือ เธอจะทำมันเเน่ๆ แต่ชั้นต้องการใช้เวลาคนเดียวเพื่อตามหาฝัน
     
       "เวลาที่คุณโสด คุณจะตามสิ่งที่มีความหมายสำหรับคุณ" เบลล่า เดอเปาโล (Bella DePaulo) ผู้เขียน Singlism: What It Is, Why It Matters, and How To Stop It กล่าว
     
       "คุณสามารถที่จะเติบโตเเละ เปลี่ยนไปในทางที่คุณคิดว่ามันมีความหมายสำหรับคุณ เเละไม่จำเป็นที่จะต้องทำลายฝันของคุณเพื่อที่จะให้ลงตัวกับสิ่งที่คู่ของ คุณได้คาดหวัง"
     
       
ประโยชน์ที่ 6 : ดื่มเเอลกอฮอล์น้อยลง (ในผู้หญิง)

       ชัดเจนว่าการเเต่งงานทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่หันไปดื่มเหล้าเพิ่มขึ้น อย่างน้อยก็ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยซินซินนาติ (University of Cincinnati)
       
       
นักวิจัยได้เปรียบ เทียบพฤติกรรมการดื่มของคนเป็นโสดกับคู่เเต่งงาน เหตุผลสำหรับการดื่มนั้นไม่ใช่ว่าคู่เเต่งงานจะขมขื่นไปซะหมด เเต่เป็นเพราะสุขลักษณะของคู่ของตนมากกว่า โดยเฉพาะในคู่ที่มีการดูเเลสุขภาพน้อย
     
       ในทางกลับกันหากเป็นผู้ชายมักจะกลายเป็นคนติดเหล้าไปเลยหลังหย่าร้าง หรือการครองตัวเป็นโสดทำให้เขาโหยหาแอลกอฮอล์มากขึ้นนั่นเอง
     
       
ประโยชน์ที่ 7 : สิทธิพิเศษเพียบ
     
       "เพื่อนของฉันที่เป็นโสดนั้น ไปชมคอนเสิร์ตคนเดียว แถมไปก่อน 15 นาทีก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม แถมสามารถหาตั๋วได้ง่ายๆ อีกต่างหาก " นักเขียนเอมี่ สเป็นเซอร์ กล่าว
     
       "เพราะเขาเป็นโสดไง คนขายจึงเสนอที่พิเศษให้กับเขา - ซึ่งเป็นที่นั่ง 1 ใน 8 เเถวหน้าของงาน เเละมันจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเขามีคู่"
     
       อ้อ! คุณประโยชน์ของการเป็นโสดนั้นมีอยู่ทุกที่ เพียงคุณต้องรู้ว่าจะมองหาได้จากที่ไหนเท่านั้นเอง!
     
       
ประโยชน์ที่ 8 : กล้าลุย เสี่ยง

       อยากจะเปลี่ยนงาน ย้ายบ้าน เที่ยวเหนือลงใต้ ตัดสินใจครั้งใหญ่ และสำคัญคุณสามารถทำได้ง่ายๆ เมื่อคุณอยู่คนเดียว
     
       "ผมสามารถลาออกจากงานเเละสร้างธุรกิจส่วนตัวได้เอง ถึงเเม้ว่าผมไม่ได้มีลูกค้าหรือการตลาดที่วางไว้ดีเยี่ยม" อีเลนนอ เวลส์ (Eleanore Wells) ผู้เขียน The Spinsterlicious Life: 20 Life Lessons for Living Happily Single and Child-free กล่าว
     
       "ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เเต่มันช่างเสี่ยงมาก เเละถึงเเม้ว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่รอบคอบสำหรับผม แต่ถ้าผมมีคู่คิดหรือคนที่ต้องเเชร์ค่าใช้จ่ายร่วมด้วยแล้ว ผมคงไม่กล้าเสี่ยงหรอก"
     
       ดังนั้นคนโสดสามารถใช้เวลาที่มีค่าช่วงนี้เก็บเกี่ยวไว้อย่างชาญฉลาดกับการทำในสิ่งที่คุณฝันไว้ แล้วกล้าที่จะลุย!
     
       
ประโยชน์ที่ 9 : ได้พบคนมากขึ้น
     
       ความจริงคือ คนโสดนั้นน่าเข้าหามากกว่านั่นเอง!
     
       "ฉันเดทกับผู้ชายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์เเบบคบๆ เลิกๆ มาหลายปี" เคอรี่ เซน (Kerri Zane) นักเขียนเรื่อง It Takes All 5: A Single Mom’s Guide to Finding the REAL One กล่าว
     
       “ตอนนี้ฉันรู้เเล้วว่าฉันชอบไวน์องุ่นขาว Viognier มากๆ เเละไม่เคยได้รู้มาก่อนจนเมื่อได้มาพบเขา เเละได้บินไปในเครื่องบินเล็กมองดูภูเขาลูกใหญ่ๆ มีความสุขกับประสบการณ์ใหม่ๆ เเละสิ่งที่คุณได้เรียนรู้หรือประสบนั้นจะอยู่กับคุณไปทั้งชีวิต นี่คือข้อดีของความโสด หากคุณมีแฟนเป็นตัวเป็นตน จะเจอมั้ยล่ะประสบการณ์กับผู้ชายแปลกหน้าเหล่านี้

     
       ประโยชน์ที่ 10 : ได้สัมผัสจูบแรกเสมอ

       การได้พูดคุย เเบ่งปัน ความสุขในช่วงที่กำลังจีบกันอยู่ มันช่างขนลุก และอยากจะหยุดช่วงเวลาเหล่านั้นไว้ การได้มีจูบเเรกกับคนบางคนที่คุณกำลังเริ่มคบหา มันเป็นอะไรที่วิเศษมาก ตื่นเต้น เก็บเอามาฝัน
     
       ดังนั้น จงพิ่มรสชาติให้กับชีวิตตัวเองซะนะสาวโสดทั้งหลาย!
     
       เป็นโสดก็เหมือนของสด ราคาไม่ลด มีแต่คนอยากได้ นะเออ ^_^

       
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต