Sunday, April 26, 2015

กินของหวานคลายร้อนแบบผอม ๆ ใครว่าทำไม่ได้




         วิธีคลายร้อนด้วยการทานของหวาน ๆ เย็น ๆ ฟังดูน่าสน แต่รับได้ไหมกับความอ้วนที่พ่วงมาด้วย มาเลือกอิ่มอร่อยแบบผอม ๆ กันดีกว่า

          สาว ๆ มักโทษว่าช่วงซัมเมอร์นี่แหละทำให้ตัวเองอ้วนขึ้น เพราะทนร้อนไม่ไหวต้องหาน้ำอัดลมมาดื่มให้ชื่นใจ หม่ำน้ำแข็งไสเย็น ๆ หวาน ๆ ตบท้ายด้วยไอศกรีมแสนอร่อย อิ่มสบายคลายร้อนแบบครบสูตร นี่ยังไม่รวมข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานยอดฮิตประจำฤดูกาลอีกด้วยนะ

          ฟังเมนูอาหารแต่ละอย่างแล้วร้องโอ้โหเลยทีเดียว เพราะแต่ละอย่างนี่ทั้งหวาน ทั้งให้พลังงานสูงปรี๊ด จบซัมเมอร์ปุ๊บก็น้ำหนักพุ่งปั๊บ ถ้าไม่อยากให้สี่สหายชวนอ้วนมาคุกคามเรา คำแนะนำในการเลือกรับประทานอาหาร 4 อย่างนี้จาก พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (หมอผิง) ที่ให้ข้อมูลไว้ในบทความของเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะช่วยให้เราแฮปปี้ขึ้น


ไอศกรีม

          ไม่ให้เผลอใจทานไม่ได้จริง ๆ เพราะไอศกรีมหวาน ๆ เย็น ๆ เป็นใคร ๆ ก็ชอบ แต่ในไอศกรีมมีทั้งน้ำตาล ไขมัน และเกลือ รวมกันแล้วจะไปกระตุ้นสมองส่วน Rewarding ทำให้เรารู้สึกฟินเวลาทานไอศกรีม จนเกิดการเสพติด อยากทานใหม่เรื่อย ๆ

          แต่ถ้าไม่อยากให้พุงมาพร้อมกับไอศกรีม หมอ ผิงแนะนำให้เปลี่ยนการทานไอศกรีมเป็นทานผลไม้แช่แข็งเย็น ๆ แทนค่ะ อย่างนำกล้วย องุ่น แตงโม ไปแช่ช่องฟรีซให้แข็ง รู้สึกร้อนอยากหม่ำไอศกรีมขึ้นมาเมื่อไรก็พุ่งไปเปิดช่องฟรีซหยิบผลไม้แช่ แข็งออกมากัดกินแทน ได้อารมณ์เย็น ๆ ไม่แพ้ไอศกรีมแน่นอน แถมยังได้วิตามินและไฟเบอร์จากผลไม้อีกด้วยนะ

  
ข้าวเหนียวมะม่วง

          ถ้าไม่ให้ทานข้าวเหนียวมะม่วงช่วงหน้าร้อนนี้เลยคงดูใจร้ายเกินไป เพราะกลิ่นหอม ๆ และรสหวาน ๆ ของมะม่วงสุกชักเชื้อเชิญให้เราตักเข้าปาก และวางส้อมไม่ได้ทุกที ยิ่งทานกับข้าวเหนียวราดน้ำกะทิ โรยถั่วเล็กน้อย ฟินสุด ๆ แต่อย่าเพิ่งหลงระเริงทานเพลิน คุณหมอผิงแนะนำให้ลดข้าวเหนียวลงสักครึ่งหนึ่ง แล้วเปลี่ยนจากข้าวเหนียวขาวเป็นข้าวเหนียวดำแทน จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นช้ากว่า ทำให้อ้วนน้อยกว่า

          ส่วนกะทิที่ราดข้าวเหนียวนั้น เปลี่ยนเป็นกะทิจากธัญพืชแทน เพราะมีไขมันอิ่มตัวและแคลอรีน้อยกว่า ลดปริมาณน้ำตาลและเกลือลง และเน้นทานมะม่วงมากกว่าข้าวเหนียว แต่ถึงอย่างไรรวม ๆ กันแล้วก็ควรทานให้พอประมาณค่ะ


น้ำแข็งไส

          น้ำหวานที่ราดลงบนน้ำแข็งไส ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้นพรวดพราดเลยนะคะ ซึ่งนี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเวลาเราทานของหวาน ๆ แล้วจะรู้สึกอิ่มเอม แต่อิ่มเอมแฮปปี้อยู่ได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ อีกสักพักน้ำตาลในเลือดก็จะถูกดึงลงมาอย่างรวดเร็ว ทำให้เราหิวใหม่อีก

          เพราะฉะนั้น น้ำแข็งไสถ้วยนี้ไม่เหมาะกับคนอยากผอมแน่นอน ลองเปลี่ยนเป็นการดื่มน้ำผลไม้ปั่นสดดูดีกว่า เลือกผลไม้ที่เราชอบมาปั่นมาคั้นเอง ไม่ต้องเติมน้ำเชื่อมลงไป แล้วเราจะได้สมูธตี้ที่เฮลท์ตี้กว่าเยอะ


น้ำอัดลม

          ไม่อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะสั่งน้ำอัดลมเย็น ๆ มาดับกระหายคลายร้อนยามที่อุณหภูมิพุ่งแตะเลข 4 แบบนี้ แต่น้ำอัดลมก็ไม่ต่างจากน้ำแข็งไสเลยที่มีน้ำตาลผสมอยู่หลายช้อนชา ถึงจะเลือกทานน้ำอัดลมไดเอตก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับคนอยากผอม เพราะมีงานวิจัยพบว่า น้ำอัดลมไดเอตปราศจากแคลอรีนี่ก็ตัวดี จะไปกระตุ้นให้สมองเสพติดความหวานและรู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นอีกต่างหาก

          เอ้า ! ถ้างั้นเลิกดื่มน้ำอัดลม หันไปดื่มน้ำแร่อัดแก๊ส เติมน้ำมะนาว หรือดื่มน้ำเปล่าเย็น ๆ แช่ผลไม้สด จำพวกส้มซันคิสต์ มะนาว ฝรั่ง ทิ้งไว้ค้างคืน จะได้ความหอมธรรมชาติจากผลไม้ ให้ความสดชื่นไม่ต่างกัน

 
          อิ่มอร่อยชื่นใจในแบบที่คุณเลือกได้ แล้วซัมเมอร์นี้ก็จะได้บอกลาความอ้วนไปเลย

แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view117566.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, April 21, 2015

ตกหลุมรักแล้วดี สุขภาพกับชีวิตแฮปปี้พอกัน




         สภาวะตกหลุมรักใครสักคน นอกจากจะช่วยให้โลกเป็นสีชมพูแล้ว การตกหลุมรักยังส่งผลดีต่อสุขภาพถึง 2 ประการ

          ความรักเป็นสิ่งสวยงามที่ใครก็อยากเจอ และเมื่อคุณเกิดตกหลุมรักใครขึ้นมา ทราบหรือเปล่าว่าภาวะหัวใจสีชมพูแบบนั้นยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่า­งกายได้อีกด้วย ตามที่ ดร. แพท มัมป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ มหาวิทยาลัยโลโยลา ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำไว้ในนิตยสาร ชีวจิต ซึ่งเผยถึงข้อดีของความรักไว้ว่า แค่คุณตกอยู่ในห้วงรัก ก็เท่ากับได้รับประโยชน์ด้านสุขภาพไปเต็ม ๆ ถึง 2 ประการตามนี้

หัวใจเป็นสุข

          เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน ร่างกายจะหลั่งสารเคมีออกมาโดยเฉพาะสารโดพามีน (Dopamine) ส่งผลให้หัวใจสูบฉีดเลือดอย่างเป็นจังหวะ ร่างกายจึงรู้สึกกระชุ่มกระชวยและมีความสุขสดชื่น

สมองปราดเปรื่อง

          ผลจากการสแกนสมองพบว่า เมื่อเราตกหลุมรักใครสักคน เลือดจะมาหล่อเลี้ยงบริเวณสมองมากขึ้น ทำให้ความจำดีและเกิดความรู้สึกปลาบปลื้มและเป็นสุขได้มากขึ้น

          แต่อย่างไรก็ตาม ดร.มัมป์ได้ให้คำแนะนำว่า หากเรามีความรักที่มากเกินพอดี อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เนื่องจากทำให้ระดับสารเซโรโทนินในร่างกายผิดปกติ และอาจกลายเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder : OCD) และโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด

 
          แค่มีความรักเกิดขึ้นในหัวใจก็นับเป็นเรื่องที่ดีมากพออยู่แล้ว­ ยิ่งมารู้ประโยชน์ด้านสุขภาพของความรักแบบนี้เข้าไปอีก ขอสารภาพตามตรงเลยว่าอยากแปลงร่างเป็นคิวปิด ยิงศรรักให้ทุกคนมีโลกเป็นสีชมพูกันถ้วนหน้าเชียวล่ะ


แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view117314.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Friday, April 10, 2015

เหตุผลที่ควรยิ้ม




- เพื่อให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าของคุณได้ทำงาน ซะบ้าง
- ถ้าคุณยิ้มให้เขา มีหรือเขาจะไม่ยิ้มตอบคุณ
- อย่างน้อยคุณจะได้ให้เขาช่วยเตือนว่ามีเศษผักสีเขียวมรกต ยังคง สนุกสนานในปากคุณ
- การยิ้มเป็นการเริ่มต้นแห่งมิตรภาพที่ดีที่สุด
- ถ้าคุณไม่ยอมยิ้ม แล้วใครจะได้เห็นล่ะว่า คุณมีลักยิ้มที่น่ารักที่สุด
- เมื่อคุณทำผิดแล้วโดนจับได้ การแก้ตัวก็มีแต่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่การยิ้มเจื่อนๆ แบบว่า แย่จัง!! คุณจะดูเหมือน พวกที่สำนึกผิด แล้วใครล่ะ จะกล้าโกรธคุณลง
- ยิ้มสวยๆ จะทำให้คนหน้าตาธรรมดาๆ ดูดีขึ้นจนน่าประหลาดใจ
- การยิ้มในวันที่อ่อนล้าหรือเซ็งสุดๆ ในชีวิต จะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกดีขึ้น
- ถ้าคุณพูดไม่เก่ง ลีลาไม่เด็ด ให้ยิ้มมากๆ เป็นการชดเชย
- รอยยิ้มเป็นสัญญาณบอกใครๆ ว่าคุณพร้อมจะเปิดใจแล้ว
- ยิ้มดีๆ เพียงครั้งเดียวดีกว่าคำพูดนับแสนคำ
 
ยิ้มเกิดขึ้นได้อย่างไร

รอยยิ้มเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ 2 มัดใหญ่ คือ ไซโกเมติก เมเจอร์ ( Zygomatic major) ที่จะช่วยดึงมุมปากให้ยกขึ้นไปหาโหนกแก้ม และออร์บิคิวลาริส ออคิวไล (Orbicularis Oculi ) ที่จะช่วยดึงเนื้อแก้มและเบ้าตาให้ยกขึ้น
 
ยิ้มมีผลต่อร่างกายอย่างไร

จากการศึกษาพบว่า เมื่อกล้ามเนื้อใบหน้าเคลื่อนไหวจนเกิดเป็นรอยยิ้ม จะส่งผลทำให้โลหิตแดงที่ไปเลี้ยงสมองมีอุณหภูมิลดลง จะทำให้เกิดความรู้สึกสบายและผ่อนคลาย ซึ่งจะตรงข้ามกับการทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ที่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าจะทำให้สมองมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเกิดความรู้สึกไม่สบาย 

นอกจากนี้ ในขณะที่คนเรายิ้ม หัวใจจะเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง ระบบต่างๆ ในร่างกายจะผ่อนคลาย ต่อมหมวกไตจะทำงานน้อยลง ฮอร์โมนอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดจะถูกขับออกมาน้อยลงด้วย การยิ้มจึงช่วยลดความเครียดได้
 
การยิ้มมีความสัมพันธ์กับความสุขอย่างไร

เป็นที่สงสัยกันมากว่า คนเรามีความสุขแล้วจึงยิ้ม หรือยิ้มก่อนแล้วจึงมีความสุข ทำให้นักวิชาการต้องทำการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ลงไป และผลที่ได้ก็พบว่าเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง นั่นคือ เมื่อคนเรารู้สึกมีความสุข เราจะแสดงออกทางสีหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่ชอบเก็บกดอารมณ์ของตน เวลามีความสุขก็ยังพยามบังคับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึม ซึ่งต้องใช้กล้ามเนื้อใบหน้ามากกว่า เสียพลังงานมากกว่า และทำให้ไม่สามารถมีความสุขได้อย่างเต็มที่

ในทางตรงข้าม แม้คนเราจะยังไม่รู้สึกมีความสุข แต่เมื่อยิ้มแล้วสักพัก จะรู้สึกว่าอารมณ์ดีขึ้นและมีความสุขได้เช่นกัน 
 
  
ที่มา : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข 
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Sunday, April 5, 2015

ลดน้ำหนักให้โซเชียลตะลึง ฉบับสาวขี้เกียจออกกำลังกาย




         ลดน้ำหนักให้เห็นผลแบบเรียลลิตี้ใครว่ายาก เพราะแม้แต่คนที่ขี้เกียจออกกำลังกายยังผอมได้ด้วยเคล็ดลับลดน้ำหนักตามนี้

          แอบเห็นคนอื่นแปลงโฉมตัวเองเป็นสาวสุดแซ่บด้วยการลดน้ำหนักอย่างจริงจังผ่านโลกโซเชียลมานับไม่ถ้วน เราก็ได้แต่ร้องว้าวในใจพร้อมกับตาร้อนผ่าว ๆ ก็แหมอยากผอมอยากสวยก็ไม่น้อยหน้าใครหรอก แต่พอฮึดจะลดน้ำหนักเมื่อไรก็มีเหตุให้ออกนอกลู่นอกทางทุกที เอาล่ะ ! อีกสักยกแล้วกัน มาผอมด้วยเคล็ดลับลดน้ำหนักที่กล้าท้าว่าแม้คุณจะเป็นสาวสังคมจัดรักสบายก็มีหุ่นเป๊ะได้แค่ทำตามนี้

1. จิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ

          ช่วยได้เยอะเชียวล่ะกับแค่การจิบน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพราะนอกจากน้ำจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้นแก่ร่างกายแล้ว การจิบน้ำเปล่าเป็นประจำก็ยังช่วยบรรเทาความหิวโหยได้เป็นอย่างดี ยิ่งช่วงนี้เข้าสู่หน้าร้อนเต็มตัวด้วย พกน้ำเปล่าไว้จิบทุกครั้งก็ช่วยดับกระหายคลายหิวไปในตัว

2. ปรับเปลี่ยนบางสิ่งในมื้ออาหาร

          จากที่เคยจัดเต็มทั้งข้าว น้ำหวาน พ่วงด้วยขนมล้างปาก ลองตัดทอนแคลอรีลงทีละน้อย เช่น จากที่ดื่มน้ำอัดลมคู่กับข้าว นับจากนี้ไปก็ดื่มน้ำเปล่าแทน หรือถ้าการตัดขาดจากน้ำหวานเป็นสิ่งที่ทำใจลำบากเกินไป เปลี่ยนจากกินขนมหวานล้างปากมากินผลไม้น้ำตาลน้อยอย่างแอปเปิลหรือส้มแทนก็ได้

3. คบดาร์กช็อกโกแลตเป็นอาหารว่าง

          บ่ายทีไรความง่วงก็เข้ามาเยือนจนต้องหาอะไรเคี้ยวให้เพลิน ๆ ใครที่เคยมีพฤติกรรมประมาณนี้อยากแนะนำให้ลองคบกับดาร์กช็อกโกแลตแท้สักนิดค่ะ เพราะไม่เพียงแต่ปลุกคุณให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเท่านั้น ทว่าดาร์กช็อกโกแลตยังเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ล้นแท่งไม่ว่าจะเป็นสารฟลาโว นอยด์ (flavonoid) ธาตุเหล็ก, แคลเซียม, วิตามิน A, B1, C, D และวิตามิน E ซึ่งบอกเลยว่าดาร์กช็อกโกแลตแท่งเดียวก็ช่วยได้ทั้งเรื่องบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเหี่ยวย่น ปกป้องผิวจากรังสียูวี ป้องกันโรคมะเร็ง แถมยังให้พลังงานแคลอรีค่อนข้างน้อย ดังนั้นแทนที่จะเคี้ยวหมากฝรั่งหรือแก้เซ็งด้วยขนมจุกจิก ลองกินดาร์กช็อกโกแลตดูบ้าง ขมหน่อยแต่เชื่อเถอะว่าชีวิตจะดีขึ้นแน่

4. ลดปริมาณการกิน

          ไหน ๆ การออกกำลังกายก็ไม่ใช่แนวของเราแน่แล้ว ดังนั้นอยากผอมก็ต้องลดปริมาณการกินให้อยู่ในระดับที่ร่างกายจำเป็นต้องกินเท่านั้น ประเภทกินเพราะอยากกินทั้งวันขอให้งดอย่างเด็ดขาดไปเลย ปรับลดข้าวจากทัพพีครึ่งเป็นทัพพีเดียว ขนมก็กินแค่ 1 ส่วนจากขนมทั้งถุง หรือจะลงทุนซื้อจานขนาดเล็กไว้สำหรับรับประทานอาหารก็ช่วยได้ทั้งนั้น ขอแค่คุณมีความตั้งใจอยากลดน้ำหนักจริง ๆ เป็นพอ

5. ขยับเท่ากับออกกำลังกาย

          ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายแบบเต็มสูตร เพียงแค่คุณขยับร่างกายให้บ่อยกว่าเดิมก็ช่วยได้เยอะ อย่างในช่วงเวลาพักก็เดินยืดเส้นยืดสายแทนการนั่งจิ้มจอสี่เหลี่ยม วางของใช้ให้ห่างจากตัวเพื่อที่เราจะได้ลุกไปหยิบมา หรือจะออกอุบายให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวไปมาด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ตามสะดวกเลย

6. บอกลาน้ำหวาน

          อาจจะดูเป็นการทำร้ายจิตใจกันไปหน่อยถ้าบอกให้งดน้ำหวานซะเถอะพวกเรา ทว่าหากอยากผอมก็ควรต้องอดทนกับความอยากของหวานให้ได้อย่างจริงจัง โดยระยะแรก ๆ คุณอาจจะลดปริมาณการดื่มน้ำหวานลงจากปกติสักแก้วสองแก้วก่อน แทนที่น้ำหวานชื่นใจด้วยน้ำเปล่าเย็น ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากมัน รับรองเลยเพียงไม่กี่อาทิตย์นับจากบอกลาน้ำหวานไปคุณจะรู้สึกตัวเบาเนื่อง จากน้ำหนักตัวหายไปเป็นกิโล !

7. อย่าปล่อยให้ความหิวมาเยือน

          การอดอาหารไม่ใช่คำตอบของการลดน้ำหนักนะจ๊ะสาว ๆ และยิ่งคุณปล่อยให้ท้องหิวเป็นเวลานาน ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดฮวบฮาบและจบลงด้วยการกินสะบั้นหั่นแหลกในที่สุด ฉะนั้นป้อนอาหารสุขภาพเข้าปากทุกครั้งที่รู้สึกหิว หรืออาจจะแบ่งอาหารออกเป็น 5 มื้อย่อยในแต่ละวันแบบนี้ก็เข้าท่าไม่เบา

8. ไฟเบอร์ช่วยได้

          ไฟเบอร์คือตัวช่วยที่ดีสำหรับการลดน้ำหนักฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย และนอกจากไฟเบอร์จะช่วยเรื่องระบบขับถ่ายแล้ว ยังทำให้ท้องอิ่มสบายกว่าสารอาหารประเภทอื่น รับรองว่ากินมากแค่ไหนก็ไม่แน่นจนรู้สึกอึดอัดเลยด้วย

9. รองท้องด้วยมื้อย่อยก่อนมื้อเย็น

          จะดีมากหากคุณทานผลไม้หรือขนมเพื่อสุขภาพก่อนดินเนอร์สัก 2-3 ชั่วโมง เป็นการตัดกำลังให้ทานมื้อเย็นได้น้อยลงซึ่งผู้ชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักก็ บอกว่า วิธีนี้ช่วยลดแคลอรีที่ร่างกายจะได้รับลงถึง 25% เลยเชียวล่ะ

10. นอนให้เต็มอื่ม

          7-9 ชั่วโมงคือเวลาที่เราควรพักผ่อนในแต่ละวัน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ฮอร์โมนและระบบต่าง ๆ ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่เรียกร้องของหวาน ไม่หิวไปเรื่อยเปื่อยแล้ว การนอนพักผ่อนให้เพียงพอยังดีต่อสุขภาพในด้านอื่นอีกนับไม่ถ้วน ทั้งในเรื่องผิวพรรณ ชะลอริ้วรอยบอกอายุ หนีสภาวะขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยสดใสพร้อมทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเต็มที่

          สำหรับใครที่มีข้ออ้างมากมายจนออกกำลังกายแบบทำ ๆ เลิก ๆ ลองนำเคล็ดลับลดน้ำหนักจาก PopSugar ไปพิสูจน์ความเจ๋งดูนะคะถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอวดชาวบ้านผ่านโลกโซเชียลบ้าง

แหล่งที่มา  http://health.kapook.com/view116113.html
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต