Wednesday, November 26, 2014

20 ข้อดีเน้น ๆ ได้เวลาลดน้ำหนัก รีดหุ่นแซ่บรับปีใหม่




        เป้าหมายลดน้ำหนักอันแสนเริดหรูอลังการของใครล่มไม่เป็นท่าไปแล้วเมื่อตอนต้นปี และคิดว่าจะเริ่มใหม่ในปีหน้าแทน เราขอให้เปลี่ยนความคิดโดยด่วน และขอให้รู้ไว้ว่าช่วงปลายปีนี่แหละเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกาย รีดหุ่นมากที่สุด อยากรู้เหตุผลใช่ไหม ตามมาเลย...

          การลดน้ำหนักของสาว ๆ ในช่วงปลายปีนี่แหละถือเป็นนาทีทองสุด ๆ ลองนึกภาพตามว่าหากวิ่งจ็อกกิ้งไปพลาง ฟังเพลงไปพลางท่ามกลางอากาศเย็น ๆ เนี่ยมันจะสบายอารมณ์แค่ไหน ที่สำคัญคือเราจะไม่รู้สึกเหนียวตัวเวลาเหงื่อออกเยอะ ๆ ด้วยล่ะ ซึ่งเราอยากกระซิบนิดนึงว่าถ้าเริ่มต้นออกกำลังกายเสียตั้งแต่ตอนนี้นะ เราก็จะมีหุ่นแซ่บไว้อวดหนุ่ม ๆ ทันต้นปีแน่นอน และกูรูเรื่องเฟิร์มบอดี้จากเว็บไซต์ workoutnirvana.com ก็มีความเห็นในเรื่องนี้ฝากสาว ๆ มาด้วยว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องรอให้มีเหตุจำเป็นก่อนถึงค่อยลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะถ้าเราเริ่มต้นเร็วเท่าไรเราก็ประสพความสำเร็จเร็วเท่านั้น และยังนำมาซึ่งสิ่งดี ๆ ต่อไปนี้อีกด้วย

          1) คุณจะดูไม่แก่ลงเลย เชื่อไหมล่ะว่าข้อดีอันดับหนึ่งของคนผอมก็คือรูปร่างหน้าตามักจะโกงอายุให้ เราดูเด็กกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันเสมอ ว้าว !

         
2) คุณจะไม่เสี่ยงป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคเบาหวานและความดัน โรคอ้วน และโรคหัวใจ เป็นต้น เพราะในเมื่อออกกำลังกายทุกวันแล้วเลือดลมก็ไหลเวียนปกติดี ของเสียที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายก็ถูกเบิร์นออกหมดไม่มีเหลือสะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

          3)
ทิปส์ดูแลรูปร่างของคุณจะขายได้ด้วย ถ้าคุณลดน้ำหนักได้สำเร็จ เพราะคนส่วนใหญ่มักชอบยืมเคล็ดลับของคนอื่นมาปรับใช้กับตัวเอง มีส่วนน้อยมากที่จะคิดวิธีการใหม่ ๆ ขึ้นมาเอง ดังนั้นทิปส์เฉพาะตัวข้อไหนของคุณทำแล้วเวิร์กจริง อย่าลืมจดโน้ตเอาไว้เผื่อรวมเล่มขายได้  

          4)
คุณจะมีร่างกายที่กระฉับกระเฉง แข็งแรงพร้อมลุยกับความท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในตลอดทั้งปี
 
          5) คุณจะรู้สึกสมองไบรท์มากขึ้น สามารถคิดอ่านอะไรได้คล่องแคล่ว ว่องไวกว่าที่เคยเป็น  

         
6) ระบบการทำงานของร่างกายคุณสาว ๆ จะสมดุลมากขึ้น นั่นคือ นอนหลับสนิท ตื่นมาอย่างสดชื่น และมีพลังในการทำงานไปตลอดทั้งวัน

         
7) คุณจะรู้ทันความหิวของตัวเองว่ากำลังหิวจริง หรือ แค่อยากกินเฉย ๆ ข้อดีข้อนี้ช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักต่อได้ด้วยนะ

         
8) แล้วคุณจะรู้ว่ารสชาติของอาหารฟาสฟู้ดอร่อยสู้อาหารสุขภาพไม่ได้เลย มิหนำซ้ำยังทำให้น้ำหนักขึ้นอีกด้วย

         
9) คุณจะสนุกกับการคิดไอเดียอาหารสุขภาพใหม่ ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน เพราะอยากให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดจากอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อ 

         
10) คุณจะใช้เงินหมดไปกับเรื่องของกินน้อยลง เพราะเริ่มรู้สึกอยากใช้เงินไปทำประโยชน์อย่างอื่นมากกว่า

 
         
11) คุณจะกลายเป็นสาวแจ่มที่น่าจดจำในสายตาหนุ่ม ๆ ขึ้นมาทันที (ข้อนี้ขอกรี๊ดดัง ๆ ได้ไหมเนี่ย !)

          12)
คุณอาจจะกลายเป็นเน็ตไอดอลคนใหม่ก็ได้นะ เพราะไม่แน่ว่ารูปถ่ายสไตล์การแต่งตัวที่โพสต์ลงบนสื่อโซเชียลมีเดียอาจไปถูกใจใครเข้าโดยไม่รู้ตัวก็ได้ ชวนให้คนแห่มากดไลค์

           13) ทำให้คุณสาว ๆ แต่งตัวไปทำงานเร็วขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาอยู่กับชุดเดรสที่ใส่แล้วคับติ้ว หรือแม้แต่กางเกงยีนส์ที่ติดกระดุมไม่ได้ หมดห่วงเรื่องการไปทำงานสายได้เลย

         
14) ไม่มีอีกแล้วกับการเสียเงินฟรีไปกับชุดสุดเริดที่อุตส่าห์แย่งชิงมาได้ในช่วงเซลล์ แต่ก็ดันใส่ไม่ได้ ต้องรอให้ผอมก่อน แล้วสุดท้ายชุดสวย ๆ ก็ถูกพับกองไว้ในตู้ทุกที

         
15) คุณจะมีสไตล์การแต่งตัวที่ดีขึ้น จากที่เคยคิดว่าต้องแต่งตัวมิดชิดอำพรางไม่ให้ดูอ้วนก็เปลี่ยนลุคมาเป็นสาวแต่งตัวเก๋ ๆ มีพร็อพกรุบกริบรายวันเพื่อเรียกคะแนนความนิยมจากหนุ่ม ๆ อิอิ

          16)
คุณจะมีกฏเหล็กดูแลรูปร่างส่วนตัวเพิ่มขึ้นทุกวัน เมื่อน้ำหนักค่อย ๆ ลงจนสังเกตเห็นได้ชัด คุณก็จะมีกำลังใจรักษามาตรฐานความเฟิร์มที่มีอยู่เอาไว้

         
17) คุณจะดูเซ็กซี่มากขึ้น เพราะเทรนด์ของสาวเซ็กซี่ พ.ศ. นี้ ต้องมีกล้ามท้องเล็กน้อย มีกล้ามแขนพองาม นี่ล่ะที่คุณหนุ่ม ๆ เขาคอนเฟิร์มมาว่าดูแล้วน่าหลงใหลมิใช่น้อย

 
          18) คุณอาจได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นจากการไปออกกำลังเป็นประจำทุกวัน 

         
19) คุณจะรู้ว่าความจริงแล้วการลดน้ำหนักและการดูแลตัวเองเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คิดจริง ๆ  นะ

         
20) จากเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล สุดท้ายแล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นค่ะ      
          
          เห็นไหมละคะว่าข้อดีของการเป็นคนหุ่นดีมีมากกว่าแค่เรื่องสุขภาพกายนะคะ เพราะมันยังส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจ รวมถึงความสัมพันธ์ต่อคนรอบข้างด้วยนะ รู้แบบนี้แล้วก็อย่ามัวปล่อยให้ตัวเองดูโทรมไปจนถึงสิ้นปีเลย รีบลุกขึ้นมาดูแลตัวเองซะตั้งแต่วันนี้เพื่อการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความสด ใสกว่าที่เคย 

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, November 25, 2014

7 เหตุผล ที่คุณไม่ควรเทใจให้หนุ่ม ๆ เร็วเกินไป




         อะไรที่ได้มาง่าย ๆ หรือได้มาเร็วก็มักจะไปจากเราอย่างรวดเร็วเสมอ เช่นเดียวกับความรักที่อยู่กับเราไม่นาน สุดท้ายก็จากไปเหมือนเดิม ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะสาว ๆ เทใจให้หนุ่ม ๆ เร็วเกินไป โดยไม่ทันจะเรียนรู้อะไรกันเลยก็ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนเสียแล้ว ถ้าหากไม่อยากเจ็บบ่อย ๆ เจ็บซ้ำไปซ้ำมาเหมือนเดิมอีก ก็ควรหยุดคิดสักนิด แล้วมาดูกันดีกว่าว่าทำไมสาว ๆ อย่างเราจึงไม่ควรเทใจให้หนุ่ม ๆ เร็วเกินไปอย่างที่ผ่านมา

1. ผู้ชายใจเร็วด่วนได้

          ถึงแม้จะใช้คำนี้กับผู้ชายทุกคนไม่ได้ แต่เชื่อเถอะว่าผู้ชายส่วนใหญ่หรือเกือบทุกคนต่างก็ตกหลุมรักผู้หญิงที่รูปร่างกับหน้าตาก่อนนิสัยใจคอด้วยกันทั้งนั้น ในขณะที่ความสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ซึ่งกันและกันค่อนข้างนาน อีกทั้งหากเกิดความรักขึ้นมาจริง ๆ เรื่องภายนอกก็จะกลายเป็นเรื่องรองลงมา ดังนั้นควรรอดูให้แน่ใจก่อนจะมอบสิ่งล้ำค่าที่สุดของตัวเองให้กับเขา

2. รักเร็วก็เจ็บเร็ว

          การเทใจให้ใครคนหนึ่งเร็วเกินไป เพียงเพราะเห็นว่าเขาหล่อ ดูดี ตรงสเปค ก็จะทำให้คุณอกหัก และอยู่อย่างโดดเดี่ยวในที่สุด หากไม่อยากเจ็บปวดจากการโดนความรักทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ควรคิดให้รอบคอบก่อนว่าเขาคนนั้นคู่ควรกับความรักของคุณหรือไม่ และมีความคิด ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงเรื่องอื่น ๆ ตรงกับผู้ชายที่คุณกำลังมองหาหรือเปล่า

3. แค่อยากหาคนมาทดแทน

          ผู้หญิงจะอ่อนไหวเป็นพิเศษหากยังไม่ลืมรักครั้งเก่า ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว ซึ่งผู้ชายบางคนก็อาจจะใช้โอกาสนี้เข้ามาทำท่าทีสนใจและใจดีกับคุณ เพราะอยากจะขอโอกาสได้ดูแลคุณบ้าง แต่อย่างไรก็ตามคุณไม่ควรจะเทใจให้เขาในทันที หากคุณยังไม่ได้รู้สึกรักเขาจริง ๆ และจนกว่าจะได้ศึกษานิสัยใจคอกันอย่างละเอียดลึกซึ้ง เพราะนอกจากจะมีโอกาสเลิกกันได้ง่ายแล้ว อาจทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกด้วย

4. คุณยังเด็กและมีทางเลือกอีกมาก

          ดังนั้นหากคิดจะคบกับใครจริงจังก็ควรเลือกอย่างระมัดระวังและรอบคอบให้มากที่สุด โดยเฉพาะสาว ๆ ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากในวัยนี้ยังพบมีประสบการณ์น้อยอาจทำให้โดนหลอกได้ง่าย หรือขาดความยับยั้งชั่งใจจนทำอะไรที่ส่งผลเสียในภายหลัง ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ ในอนาคตยังมีโอกาสเจอคนดี ๆ อีกมากมาย

5. ยังไม่รู้ใจตัวเอง

          ว่าคุณต้องการคนรักแบบไหนหรือเหมาะกับคนแบบใด โดยการเทใจให้ใครคนหนึ่งเร็วเกินไปก็จะทำให้คุณมองเห็นเฉพาะด้านดี ๆ ของเขา ทั้งที่จริงแล้วควรจะโฟกัสไปที่ความต้องการของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ว่าคนคนนั้นเข้ากันได้ดีกับคุณหรือไม่ เหมาะสมกันหรือเปล่า และหากจะให้ดีก็ควรออกเดทกันก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจคบกันแบบจริงจัง

6. เขาอาจปกปิดบางอย่างไว้

          อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรเทใจให้เขาเร็วเกินไป และควรจะรอให้เวลาค่อย ๆ เปิดเผยตัวตนของเขาออกมาเสียก่อน โดยการจับสังเกตจากการกระทำกับคำพูดของเขาในระหว่างที่ออกเดทให้ได้อย่างน้อยประมาณ 4-8 เดือน เพราะหากเขามีอะไรปกปิดเอาไว้จริง ๆ มันจะต้องถูกเปิดเผยออกมาในวันใดวันหนึ่งอย่างแน่นอน จะได้ไม่รู้สึกเสียใจถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่บริสุทธิ์ใจที่จะคบกับคุณ

7. ควรสร้างพื้นฐานความรักก่อน

          โดยการพูดคุยเพื่อเรียนรู้รสนิยมของกันและกัน จากนั้นจึงค่อย ๆ สร้างความเชื่อใจ ความซื่อสัตย์ แล้วปล่อยให้ความสนิทสนมที่สั่งสมมาค่อย ๆ เปลี่ยนพวกคุณจากเพื่อนธรรมดากลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ก่อนขยับฐานะไปเป็นแฟน และมอบความรักให้ ในทางกลับกันหากขาดสิ่งเหล่านี้ไป ความสัมพันธ์ก็อาจจะจบลงอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัว

          แม้สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าหากทำตามแล้วความรักของพวกคุณจะกลายเป็นความรักชั่วนิรันดร์หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่จะทำให้คุณมีความรักที่ดีกว่าการคบหาแบบหญิง-ชายที่ปราศจากการไตร่ตรอง และตัดสินใจคบหากันอย่างรวดเร็ว เพราะถูกตาต้องใจรูปกายภายนอกเพียงอย่างเดียวอย่างแน่นอน

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Monday, November 24, 2014

6 วิธี ห้ามใจไม่ให้ตัวเองติดต่อกับแฟนเก่า




          หากคุณห้ามตัวเองเท่าไรสุดท้ายก็กดโทรศัพท์หาแฟนเก่าทุกที และเป็นอย่างนี้ตลอดที่คิดถึงเขา อยากจะมีวิธีดี ๆ ที่ช่วยหยุดพฤติกรรมนี้สักทีก็ลองดูคำแนะนำที่เว็บไซต์ allwomenstalk.com แล้วคิดถึงมันในเวลาที่รู้สึกว่าอยากจะโทรศัพท์หรือติดต่อหาแฟนเก่ากันดูนะ คะ เพราะเชื่อว่ามันต้องมีสักข้อที่ช่วยลดความรู้สึกที่กล่าวมานี้ได้แน่นอน

1. บล็อกเบอร์เขาไปเลย

          ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งสำหรับสาว ๆ ที่ใช้ไอโฟน เพราะมีฟังก์ชั่นที่ช่วยบล็อกเบอร์โทรศัพท์แฟนเก่าได้เร็วทันใจ และถึงแม้จะเป็นวิธีการเลี่ยงโทรศัพท์หาแฟนเก่าได้ง่าย ๆ และสามารถปลดบล็อกได้ตลอดเวลา แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับความสามารถในการห้ามใจของตัวเอง ในทางกลับกันหากเขาเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหา ไม่ว่าคุณจะอยากรับมันหรือไม่ ก็ไม่ควรรับหรือโทรศัพท์กลับไป

2. ลบชื่อเขาออกจากแอคเคาท์ต่าง ๆ ของคุณ

          หากสิ่งที่เขาโพสต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ ทำให้คุณรู้สึกนอยด์หรือเสียใจที่เห็นเขามีแฟนใหม่ ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะกดซ่อนชื่อของเขาเอาไว้หากยังไม่อยากตัดเขาออกจากชีวิต เพราะไม่อยากรู้สึกกระอักกระอ่วนใจตอนที่เจอหน้าเขาหลังจากนี้ แต่สำหรับคนที่ไม่อาจทนเห็นเขามีความสุขหรือห้ามตัวเองไม่ให้ติดต่อกับเขาได้เสียที ก็ควรลบชื่อแอคเคาท์ของเขาออกไปจากโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหมดที่คุณมีได้แล้ว

3. หยุดคิดถึงช่วงเวลาดี ๆ เสียที

          เพราะคุณคิดถึงแต่เรื่องดี ๆ ก็เลยทำให้คุณตัดใจจากแฟนเก่าไม่ได้เสียทีอย่างไรละ ฉะนั้นหลังจากนี้ลองคิดถึงช่วงเวลาแย่ ๆ ดูบ้าง เช่น ตอนทะเลาะกันหน้าโรงหนัง เวลาที่พวกคุณไม่เข้าใจกัน หรือสิ่งที่คุณไม่ชอบในตัวเขา ก็จะช่วยให้คุณรู้สึกไม่อยากติดต่อกับแฟนเก่ามากขึ้น และแม้จะคิดถึงมันเพียงไม่กี่วินาที แต่มันก็ช่วยลบล้างความรู้สึกที่ทำให้คุณอยากติดต่อกับแฟนเก่าได้มากทีเดียว

4. เกลียดเขาไปสักพัก

          แม้มันอาจดูเป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตามหากอยากเอาชนะใจตัวเองให้ได้ และไม่อยากติดต่อกับแฟนเก่าอีกต่อไปแล้ว ก็ถือว่าวิธีนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากทีเดียว เพราะมันเป็นเสียงเล็ก ๆ ที่ช่วยย้ำและเตือนตัวคุณเองว่าคุณเกลียดทุกสิ่งที่เป็นเขา ฉะนั้นจึงไม่ควรโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือพยายามติดต่อไปหาเขาอีก ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีทางพ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดแบบนี้ได้

5. เลิกสนใจสิ่งที่เกี่ยวกับเขา

          ไม่ว่าเขาจะทำอะไรตาม ส่วนตอนนี้คุณจะยังรักหรือเกลียดเขาไปแล้ว ควรเรียนรู้ที่จะเพิกเฉยต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เขาทำทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมไปถึงอนาคต เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณสามารถดึงความสนใจของตัวเองออกจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขาได้ ก็จะทำให้คุณรู้สึกไม่อยากติดต่อกับเขาอีก แถมยังทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมันง่ายกว่าที่คิดด้วย

6. สนใจเรื่องอื่นแทน

          สำหรับคนที่ไม่สามารถหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองลืมแฟนเก่าได้และยังคงติดต่อกับเขาอยู่ ลองหางานอดิเรกใหม่ ๆ ทำดู เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้แบ่งปันความรักสู่สิ่งที่ตัวเองสนใจบ้าง หากงานอดิเรกเก่า ๆ มันไม่สามารถทำให้คุณรู้สึกสนุกสนานได้อีกต่อไป เช่น ดูรายการโทรทัศน์ที่คุณเคยชอบดู หาเพลงใหม่ ๆ ฟังที่จะทำให้คุณไม่คิดถึงแฟนเก่า หรือทำให้ตัวเองรู้สึกเศร้าไปกว่าเดิม เพราะการสนใจเรื่องอื่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณเลี่ยงการติดต่อกับแฟนเก่าได้เช่นกัน

          เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับสิ่งที่นำมาฝากกันในวันนี้ หากเห็นว่ามีวิธีไหนที่น่าใช้ได้ผลกับตัวเองก็ลองนำไปทดลองทำดูนะคะ ส่วนคนที่คิดว่ามีวิธีที่เด็ดกว่านี้ก็อย่าลืมนำมาแชร์ให้คนอื่นฟังกันบ้าง ละ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, November 18, 2014

6 เคล็ดลับ เติมความหวานให้รักเราไม่เก่าเลย




          หลายคนคงจะเคยได้ยินกับประโยคที่ว่า "เมื่อแรกรักน้ำต้มผักก็หวาน เมื่อจืดจางน้ำตาลยังว่าขม" ซึ่งบางครั้งก็ไม่จริงเสมอไปและก็ใช้ไม่ได้กับทุกคู่ ถ้าคุณรู้จักที่จะเติมความหวานให้กันและกันด้วย 6 วิธีเติมความหวานสำหรับคู่รัก ที่เรานำมาฝากจาก เว็บไซต์ magforwomen เชื่อเลยว่าความรักของคุณจะมีแต่เบ่งบานและหวานจนน้ำตาลเรียกพี่เลยล่ะ
 

             1. ข้อความธรรมดา ๆ ที่ได้ผลจริง

            ไม่ต้องจ๊ะจ๋าหรือคะขาหรอกหากว่ามันไม่ใช่ตัวคุณ แค่ข้อความน่ารัก ๆ ที่ส่งไปทักทายหรือให้กำลังใจเขาทุกเช้าหรือระหว่างวันก็เพียงพอแล้ว หรืออาจจะตั้งเวลาไว้ เช่น ส่งข้อความหาเขาทุกเที่ยงตรง เป็นต้น เชื่อเลยว่าเขาคงต้องปลาบปลื้มและอดไม่ได้ที่อยากให้นาฬิกาเดินไปที่เลขสิบสองเร็ว ๆ เพราะมันจะเป็นช่วงเวลาพักเที่ยงที่ทำให้เขารู้สึกดีสุด ๆ เลยล่ะ นอกจากนี้การบอกเล่าเรื่องขำขันผ่านข้อความยังทำให้เขาอมยิ้มได้ทั้งวันด้วยนะ

            2. ชื่นชมเขา

            สาว ๆ รู้กันบ้างไหมว่าผู้ชายตัวโตที่อยู่ตรงหน้าคุณก็มีมุมอ่อนแอและความไม่มั่นใจซ่อนอยู่ ดังนั้นเพื่อเป็นการเรียกขวัญและกำลังใจของเขากลับมา อย่าลืมที่จะพูดชื่นชมเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องในอดีตหรือปัจจุบัน เช่น ความเสมอต้นเสมอปลายของเขา, ความเอาใจใส่, ความอดทน หรือความรับผิดชอบของเขา เชื่อสิว่านอกจากเขาจะรู้สึกดีที่คุณเห็นในสิ่งที่เขาทำแล้ว เขายังมีกำลังใจในการทำสิ่งดี ๆ ต่อไปแม้ในช่วงเวลาที่เขาเหนื่อยหรือท้อแท้มากก็ตาม

            3. ทำอาหารจานโปรดให้เขา

            อาจไม่ใช่ทุกวันก็ได้ แต่อย่างน้อยในวันหยุดหรืออาหารมื้อเช้าก็ควรจะสละเวลาตื่นแต่เช้าตรู่มาทำของโปรดให้เขาบ้าง เพราะไม่ว่าจะกี่ยุคสมัยเสน่ห์ปลายจวักของสาว ๆ ก็เป็นที่น่าดึงดูดเสมอ และนอกจากจะทำให้เขาชื่นชมในความเป็นแม่ศรีเรือนของคุณแล้ว เขายังจะตกหลุมรักคุณมากขึ้นไปอีก เพราะมันแสดงให้เขาเห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจของคุณยังไงล่ะ

           4. ดูแลตัวเองดี

           ถึงจะเป็นแม่บ้านแม่เรือนแต่ก็ใช่ว่าจะปล่อยตัวเองให้หน้ามันหรือหัวฟู เสมือนอยู่ในครัวตลอดเวลานะคะ เพราะยังไง๊ยังไงความสวยความงามก็เป็นที่ต้องตาตรึงใจผู้ชายวันยังค่ำ ดังนั้นอย่าลืมที่จะดูแลตัวเองให้ดีทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งการแต่งตัวที่ดูทะมัดทะแมงและพร้อมที่จะลุยไปกับเขาในทุกที่ หรือบางครั้งก็หัดเป็นสาวหวานในโอกาสสำคัญบ้างก็ได้นะคะ เพราะความอ่อนโยนและบอบบางของคุณทำให้เขาคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงที่น่าทะนุถนอมจนไม่อยากจากคุณไปไหนเลย

           5. เป็น "เพื่อน" ไม่ใช่ "แม่"

           ผู้หญิงหลายคนมักจะพลาดกับการทำตัวเจ้ากี้เจ้าการหรือจู้จี้จุกจิกมากเกินไป ไม่ว่าคุณจะเป็นห่วงเขาแค่ไหนก็ตามควรแสดงออกให้ถูกต้องและเหมาะสม เพราะการบ่นหรือพูดจาราวกับเป็นแม่คนที่สองของเขาคงไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเท่าไร โดยเฉพาะการเทศนาหรือสั่งสอนเหมือนเขายังเป็นเด็กน้อย ดังนั้นควรจะทำตัวเป็นทั้งเพื่อนและคนรักให้เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจดีกว่า หรือหากมีอะไรจะบอกกล่าวหรือตักเตือนเขาก็ให้พูดในเชิงแนะนำปรึกษาไม่ใช่คำสั่งหรือการสั่งสอน

          6. แค่ยิ้มก็เปลี่ยนโลกได้แล้ว

          เรื่องง่าย ๆ ที่ผู้หญิงควรรู้ แค่รอยยิ้มที่จริงใจของเราก็ทำให้ผู้ชายละลายแล้ว ที่สำคัญมันยังเปลี่ยนสถานการณ์ร้าย ๆ ให้เบาบางลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่มีประโยชน์ที่จะทำหน้าบูดบึ้งเมื่อรู้สึกว่าอะไรไม่ได้ดังใจ แต่ให้ยิ้มรับกับสิ่งนั้นไว้ดีกว่า เพราะอย่างน้อยมันช่วยลดความตึงเครียดได้ดีทีเดียว ที่สำคัญเขายังมองว่าคุณเป็นสาวมองโลกในแง่ดีอีกด้วย แบบนี้ใครกันจะไม่อยากอยู่ใกล้

          รู้แบบนี้ก็ยิ้มกันไว้นะคะสาว ๆ นอกจากนี้ก็ต้องรู้จักเอาอกเอาใจและทำตัวเป็นคนรักที่ดีด้วย เพื่อที่รักของคุณจะได้สดใสและมีชีวิตชีวาแบบที่เรียกว่ารักเราไม่เก่าเลย


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต